Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Cora Georgiou และ Ryan Hickman – ส่วนเสริมใหม่ คลาส Monk และการยกเครื่องเนื้อเรื่องแบบจัดเต็ม

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
6 hours ago
in ทั้งหมด, บทสัมภาษณ์, อีเวนต์
Reading Time: 4 mins read
0 0
[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Cora Georgiou และ Ryan Hickman – ส่วนเสริมใหม่ คลาส Monk และการยกเครื่องเนื้อเรื่องแบบจัดเต็ม
Share on FacebookShare on Twitter

ในฐานะหนึ่งในเกมที่ให้บริการมายาวนานที่สุดและยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจาก Blizzard เกม Hearthstone ได้มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับแฟนๆ อย่างต่อเนื่องผ่านโหมดและฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย

ในช่วงสุดสัปดาห์งาน BlizzCon 2026 ที่ผ่านมา ทีมงานของเราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Initial Designer อย่าง Cora Georgiou และ Live Player Experience Lead Designer อย่าง Ryan Hickman จากทีมพัฒนา Hearthstone เกี่ยวกับคีย์เวิร์ด Assemble, การมาถึงของ Monk ในฐานะคลาสใหม่, ฟีเจอร์ The Journey และแผนการที่จะนำเสนอประสบการณ์การเล่นเกมแบบ 2v2 ใน Tavern Brawl

Related Posts

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Blizzard – 2v2, Old Gods และ คลาสใหม่

Assemble ระบบที่ให้ผู้เล่นสร้างการ์ดของตัวเองได้

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่สะดุดตาที่สุดคือ Assemble ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดใหม่ที่จะมาในส่วนเสริม Reign of the Black Empire ระบบนี้จะให้ผู้เล่นนำชิ้นส่วนจาก Minion ตัวอื่น 2 ตัว มาผสมรวมเข้ากับ Minion ตัวหลัก 1 ตัว เพื่อสร้างการ์ดที่มีเอฟเฟกต์แตกต่างกันออกไป

Cora Georgiou อธิบายว่าผู้เล่นจะมี Minion ตัวหลัก 1 ตัว และ Minion ตัวอื่นอีก 2 ตัวที่สามารถนำมาใช้แทนที่ส่วนหน้าหรือส่วนหลังของกล่องข้อความได้ ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นอาจใช้ Doomsayer เป็น Minion ตัวหลัก จากนั้นก็แทนที่ส่วนแรกของเอฟเฟกต์ด้วยเอฟเฟกต์ของ Minion ตัวอื่น

“หากส่วนที่สองของ Doomsayer เขียนว่า ‘ทำลาย Minion ทั้งหมด’ และฉันเลือก Minion อีกตัวที่มีส่วนแรกเขียนว่า ‘หลังจากคุณร่ายเวทมนตร์’ ฉันสามารถนำมันมาแทนที่คำว่า ‘เมื่อสิ้นสุดเทิร์นของคุณ’ บนการ์ด Doomsayer ด้วยคำว่า ‘หลังจากคุณร่ายเวทมนตร์’ ได้ ดังนั้นการ์ด Doomsayer ที่ถูกประกอบขึ้นมาใหม่ (Assembled Doomsayer) ก็จะเขียนว่า ‘หลังจากคุณร่ายเวทมนตร์ ทำลาย Minion ทั้งหมด’”

ด้วย Minion กว่า 250 ตัวที่มีให้เลือกในพูลที่คัดสรรโดยทีมพัฒนา จำนวนของการผสมผสานที่เป็นไปได้จึงมีมหาศาลมาก พวกเขายังได้พยายามนำ Minion หลายตัวที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาต่อความสมดุลของเกมออกไปด้วย สำหรับ Cora แล้ว หนึ่งในจุดดึงดูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Assemble คือการที่มันช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังสร้างเด็คของตัวเองได้อย่างแท้จริง

“มันสนุกมากจริงๆ ที่ได้ทำให้แฟนตาซีในการปล่อยให้ผู้เล่นสร้างการ์ดของตัวเองเป็นจริงขึ้นมา และฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นคีย์เวิร์ดที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมาเลย”

การพัฒนาฟีเจอร์นี้ยังนำเสนอความท้าทายที่ไม่เหมือนใครให้กับทีมพัฒนาด้วย Cora ได้กล่าวถึงคุณ John McIntyre หัวหน้านักออกแบบ (Lead designer) สำหรับส่วนเสริมนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเขาใช้เวลานับไม่ถ้วนในการปรับปรุงความสมดุลของการผสมผสานต่างๆ ที่ค้นพบในระหว่างการพัฒนา

“ถ้าคุณค้นพบส่วนผสมแบบไหนแล้วบอกว่า ‘รูปแบบข้อความไม่ถูกต้อง’ หรือ ‘เราคิดว่าอันนี้แรงเกินไป’ หรือ ‘มีอะไรบางอย่างทำงานไม่ถูกต้อง’ คุณก็สามารถส่งไปให้เขา แล้วเขาก็จะแก้ไขและอัปเดตให้”

Cora ยอมรับว่าเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าทีมวิศวกรของเธอจัดการให้ระบบนี้ทำงานได้อย่างไร แต่เธอบอกว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยสร้างมา

ในที่สุดคลาส Monk ก็มาเยือน Hearthstone

นอกเหนือจาก Assemble แล้ว การประกาศสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการเปิดตัว Monk ในฐานะคลาสใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศออกไปแล้ว แต่ Cora ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยถึงรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับคลาสนี้

“พระเจ้า ฉันอยากจะเล่าใจจะขาด โอ้พระเจ้า พวกเขาทำสิ่งที่โหดร้ายที่สุดกับเราจริงๆ พวกเขาบอกว่า ‘โอเค เราจะประกาศเรื่อง Monk นะ’ แต่จากนั้นคุณกลับไม่ได้รับอนุญาตให้พูดอะไรเกี่ยวกับเขาเลย”

โชคดีที่ผู้เล่นทราบแล้วว่าคลาส Monk จะเข้ามาในเดือนมีนาคมปี 2027 ตามที่คุณ Cora กล่าว ทีมงานน่าจะมีแผนการที่เฉพาะเจาะจงอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องการจะค่อยๆ แนะนำ Monk ในปีหน้าอย่างไร การมาถึงของ Monk เป็นสิ่งที่ผู้เล่นบางกลุ่มรอคอยมาอย่างยาวนาน หลังจากที่ Demon Hunter และ Death Knight ถูกเพิ่มเข้ามาในเกม คอมมูนิตี้ผู้เล่นก็ยังคงเฝ้าถามมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของ Monk เสียที

“มีแฟนๆ ของคลาส Monk มาตั้งแต่แรกเริ่มที่คอยยืนรอและถามว่า ‘เมื่อไหร่ Monk จะมา? เมื่อไหร่จะถึงคิวของ Monk?’ และมันคงรู้สึกไม่ถูกต้องนัก หากเราไม่มีความทะเยอทะยานที่จะนำ Monk เข้ามาใน Hearthstone”

ทีมพัฒนายังได้ทำงานเกี่ยวกับคลาสนี้มาระยะหนึ่งแล้ว Cora หวังว่าพวกเขาจะสามารถพูดคุยเกี่ยวกับ Monk ได้อีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ในช่วงต้นปีหน้า

Monk ต้องพิเศษ แต่ไม่ทำลายสมดุลของเกม

การเพิ่มคลาสใหม่ย่อมนำมาซึ่งความท้าทายด้านความสมดุลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเกมที่มีการ์ดมากมายและมีคลาสอื่นๆ อีกถึง 11 คลาสอยู่แล้ว ตามที่คุณ Cora กล่าว สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการทำให้มั่นใจว่า Monk มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคลาสอื่นๆ อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาระดับความแข็งแกร่ง ให้สมดุลด้วย

“เมื่อคุณเปิดตัวคลาสเข้าสู่เกม คุณก็อยากจะทำมันอย่างรอบคอบจริงๆ มันควรจะมีเอกลักษณ์ของคลาสที่ไม่เหมือนใคร เป็นสิ่งที่ผู้เล่นไม่เคยสัมผัสมาก่อน”

ในทางกลับกัน ทีมพัฒนาก็ต้องทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นที่ใช้คลาสอย่าง Mage หรือ Rogue มาเป็นเวลานาน ยังคงมีเหตุผลที่จะเล่นคลาสโปรดของพวกเขาต่อไป

“ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการปล่อยให้ Monk ได้เฉิดฉาย แต่เราก็ยังจะมีการ์ดอื่นๆ อีกมากมายในเซ็ตนี้ เราจะมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เรากำลังทำให้แน่ใจว่า Monk นั้นน่าสนใจและได้รับสปอตไลต์ แต่ก็ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมการแข่งขัน ที่สมดุลกับอีก 11 คลาส เพื่อให้เรามีเกมการแข่งขันที่หลากหลายและแข็งแกร่งมาก”

Cora ยังมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในทีมปรับสมดุล ของ Hearthstone ว่าจะสามารถทำให้ Monk เปิดตัวได้โดยไม่ไปขัดขวางความสมดุลโดยรวมของเกม

Hearthstone แตกต่างจากจุดเริ่มต้นอย่างมาก

ด้วยความที่ในปัจจุบัน Hearthstone มีทั้งโหมด Standard, Arena, Battlegrounds, อีเวนต์ต่างๆ และโหมดอื่นๆ อีกมากมาย Ryan Hickman จึงมองว่าเกมนี้เป็นการรวบรวมประสบการณ์ที่หลากหลายซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้เล่นประเภทต่างๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทีมพัฒนาอัปเดตระบบ Journal และนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า The Journey

Ryan อธิบายว่า The Journey เปรียบเสมือนหนังสือแบบอินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ติดตามเรื่องราวของแต่ละส่วนเสริม ภายในนั้นจะมีเควสต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องต่างๆ พร้อมด้วยภาพประกอบ และระบบใหม่ที่เรียกว่า Vignettes

“ดังนั้นมันก็เหมือนหนังสือจริงๆ ทางด้านซ้าย คุณจะพบกับงานศิลปะและเซ็ตติ้งที่สวยงามและเท่มากๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสในเรื่องราวของส่วนเสริม”

ในขณะเดียวกัน ทางด้านขวาจะประกอบไปด้วย Journey Quests ใหม่ๆ เมื่อผู้เล่นทำเควสต์เหล่านี้สำเร็จ ความคืบหน้าของพวกเขาก็จะถูกส่งต่อไปยังด้านซ้าย และเรื่องราวก็จะดำเนินต่อไป ฟีเจอร์ Vignette ยังช่วยให้ทีมงานสามารถเล่าเรื่องราวในรูปแบบที่เคยทำได้ยากมาก่อนใน Hearthstone ตัวละครต่างๆ สามารถปรากฏบนหน้าจอพร้อมกันได้ พูดคุยโดยมีเสียงพากย์ และผู้เล่นยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ระบบเล่นอัตโนมัติ กดไปต่อด้วยตนเอง หรือจะข้าม ในบางช่วง

“ตอนนี้เราสามารถเล่าตำนานเบื้องหลังของ Yogg-Saron ในแบบที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน และมันก็เจ๋งและน่าสนใจมากๆ”

ตามที่คุณ Cora กล่าว แนวทางนี้ยังช่วยให้ทีมพัฒนามีพื้นที่มากขึ้นในการเล่าเรื่องราวที่ครอบคลุมช่วงเวลาอันยาวนาน

“ด้วย The Journey ตอนนี้เราสามารถเล่าเรื่องราวสำหรับธีมของแต่ละเซ็ตที่เราอาจไม่สามารถทำได้มาก่อน เพราะเวลาผ่านไปนานเกินไป หรือมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้มันยากเกินไป”

The Journey จะไม่มีในส่วนเสริมเก่า

The Journey จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของส่วนเสริมในอนาคตแบบถาวร เมื่อเรื่องราวของ Reign of the Black Empire จบลงและเกมเข้าสู่ส่วนเสริมถัดไป ผู้เล่นจะได้รับ Journey ใหม่ให้ติดตามต่อไปด้วย น่าเสียดายที่ฟีเจอร์นี้จะไม่ถูกนำไปใช้ย้อนหลัง กับส่วนเสริมก่อนหน้านี้

Cora กล่าวว่าทีมงานเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้ที่จะกลับไปทบทวนเรื่องราวเก่าๆ อีกครั้งในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อ Hearthstone มีตัวละครและเรื่องราวมากมายให้สำรวจอยู่แล้ว

“พวกเรากลับมาหาตัวละครเหล่านี้เป็นครั้งคราว ฉันคิดว่า League of Explorers เป็นตัวอย่างที่ดี เราทำออกมาแล้วหลายเซ็ต The Old Gods ก็เหมือนกัน เรายังคงกลับมาหา The Old Gods อยู่เสมอ”

ดังนั้น แม้จะไม่มีความแน่นอนใดๆ เกี่ยวกับเวอร์ชันย้อนหลังของ The Journey แต่ Cora ก็มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะนำตัวละครเก่าๆ กลับมาในเรื่องราวบทใหม่

“ฉันไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเราจะทำอะไรย้อนหลังแบบเต็มรูปแบบหรือไม่ แต่ฉันคิดว่าจากสิ่งที่เราเคยทำมาในอดีต มีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะได้เห็นตัวละครที่เราเคยเล่าเรื่องราวไปแล้วกลับมาอีกครั้ง และเราจะเล่าเรื่องราวของพวกเขาอีกครั้ง อาจจะจากมุมมองที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย”

2v2 Tavern Brawl ถือเป็นการทดลองครั้งต่อไป

อีกสิ่งหนึ่งที่ Cora รอคอยก็คือโหมด 2v2 ใน Tavern Brawl ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโหมด Duos ใน Battlegrounds โหมดนี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่น 2 คนรวมทีมกันในการต่อสู้ Hearthstone แบบมาตรฐาน

Cora เล่าว่าจริงๆ แล้วทีมของพวกเขาเคยลองทำคอนเซปต์คล้ายๆ กันมาแล้วหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่พบสูตรสำเร็จที่รู้สึกว่าลงตัว โหมด Duos ใน Battlegrounds จึงเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาลองนำคอนเซปต์นี้กลับมาใช้อีกครั้ง

ในโหมดนี้ ผู้เล่นทั้งสองจะยังคงมีบอร์ด เป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของแมตช์จะยังคงเชื่อมโยงถึงกัน หากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งแพ้ เพื่อนร่วมทีมก็จะแพ้ด้วย ในทางกลับกัน หากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งชนะ ทีมนั้นก็จะชนะแมตช์นั้นไปเลย

สิ่งนี้ทำให้ความร่วมมือเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเพื่อนร่วมทีมของฝ่ายตรงข้ามเริ่มสร้างกระดานที่แข็งแกร่ง ผู้เล่นก็สามารถใช้การโจมตีวงกว้าง (AoE) หรือการสนับสนุนอื่นๆ เพื่อช่วยให้พวกเขาเอาชีวิตรอดได้ เนื่องจากชัยชนะของเพื่อนร่วมทีมก็เป็นตัวตัดสินชัยชนะของตนเองเช่นกัน

“ดังนั้นมันจึงเป็นประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและสละสลวยมาก ฉันรู้ว่าสำหรับตอนนี้เรากำลังแค่ทดลองมันในฐานะ Tavern Brawl เท่านั้น ฉันคิดว่ามันจะต้องสนุกมากแน่ๆ ฉันหวังจริงๆ ว่ามันจะออกมาดี ฉันคิดว่ามันเจ๋งมาก”

Ryan ซึ่งเป็นผู้ร่วมพัฒนาโหมด 2v2 ด้วย กล่าวว่าทีมของเขาจะใช้ Tavern Brawl เป็นโอกาสในการดูว่าผู้เล่นตอบสนองต่อคอนเซปต์นี้อย่างไร โหมดนี้จะเปิดให้เล่นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยสัปดาห์หนึ่งจะใช้รูปแบบเด็คที่จัดไว้ล่วงหน้า และอีกสัปดาห์หนึ่งจะเปิดให้ผู้เล่นสร้างเด็คของตัวเองได้

“พวกเขาจะได้ลองเล่นดู เราจะเปิดให้เล่น 2 สัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งใช้รูปแบบเด็คที่จัดไว้ล่วงหน้า และอีกสัปดาห์ใช้ระบบสร้างเด็ค พวกเขาสามารถสร้างเด็คของตัวเอง ปรับเปลี่ยนความสมดุล และทดลองสิ่งต่างๆ ได้”

เสียงตอบรับจากผู้เล่นจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดอนาคตของโหมดนี้ Ryan ยังหวังด้วยว่าคอนเซปต์ 2v2 จะสามารถนำไปใช้กับกฎกติกาและรูปแบบการเล่นอื่นๆ ได้อีกมากมายในอนาคต

“ความหวังของผมคือ ในท้ายที่สุดแล้วเราสามารถนำโหมด 2v2 ไปประยุกต์ใช้กับกฎและรูปแบบต่างๆ ได้หลากหลาย แล้วจะได้สนุกไปกับประสบการณ์แบบร่วมมือแบบนั้นเยอะๆ”

นอกจากโหมด 2v2 แล้ว Ryan ยังเปิดเผยด้วยว่ายังมีอีเวนต์ใหม่ๆ เตรียมรอเปิดตัวอยู่อีกหลายรายการ รวมถึง Black Market ที่ประกาศไปในระหว่างการเสวนา “What’s Next” และ Boss Fight ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการ ด้วยคีย์เวิร์ด Assemble, คลาส Monk, ฟีเจอร์ The Journey และการทดลองโหมดใหม่ๆ มากมายอย่าง 2v2 ดูเหมือนว่า Hearthstone จะมองหาวิธีการขยายประสบการณ์การเล่นอย่างไม่หยุดยั้ง โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นเกมการ์ดอันเป็นแกนหลักเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

สำหรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ Hearthstone สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ที่นี่


อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Tags: BlizzCon 2026Hearthstoneบทสัมภาษณ์อีเวนต์
ShareTweetPin
Previous Post

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Blizzard – 2v2, Old Gods และ คลาสใหม่

Next Post

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V
ทั้งหมด

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V

September 17, 2026
[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Blizzard – 2v2, Old Gods และ คลาสใหม่
ทั้งหมด

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Hearthstone กับ Blizzard – 2v2, Old Gods และ คลาสใหม่

September 15, 2026
Japan Game Awards 2026 ประกาศผู้ชนะ Pokémon Pokopia คว้า Grand Award ไปครอง
ข่าว

Japan Game Awards 2026 ประกาศผู้ชนะ Pokémon Pokopia คว้า Grand Award ไปครอง

September 15, 2026
Next Post
[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Diablo IV กับ Blizzard – Amazon, การกลับมาของ Prime Evil และอนาคตของเกมหลัง Diablo V

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

รีวิว Onimusha: Way of the Sword – การกลับมาที่สมบูรณ์แบบ
ทั้งหมด

รีวิว Onimusha: Way of the Sword – การกลับมาที่สมบูรณ์แบบ

August 31, 2026
รีวิว The Blood of Dawnwalker – RPG ที่มีเวลาเป็นคู่ต่อสู้
ทั้งหมด

รีวิว The Blood of Dawnwalker – RPG ที่มีเวลาเป็นคู่ต่อสู้

August 31, 2026
พรีวิว Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen – ส่วนเสริมขนาดยักษ์ ที่มาพร้อมบอสสุดโหด
ทั้งหมด

พรีวิว Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen – ส่วนเสริมขนาดยักษ์ ที่มาพร้อมบอสสุดโหด

August 27, 2026
คุยหลังเล่น รีวิว เดโม Marvel’s Wolverine – ดุดัน ดิบเถื่อน เลือดสาด
Playstation

คุยหลังเล่น รีวิว เดโม Marvel’s Wolverine – ดุดัน ดิบเถื่อน เลือดสาด

August 20, 2026
คุยหลังเล่น พรีวิว Onimusha: Way of the Sword (รอบที่ 2) – การขัดเกลาที่พร้อมจะวางจำหน่าย
ทั้งหมด

คุยหลังเล่น พรีวิว Onimusha: Way of the Sword (รอบที่ 2) – การขัดเกลาที่พร้อมจะวางจำหน่าย

August 6, 2026
พรีวิว DLC Pokémon Pokopia ‘Bubbly Basin’ – ส่วนเสริมแรกที่รับรู้ความตั้งใจของทีมงาน
ทั้งหมด

พรีวิว DLC Pokémon Pokopia ‘Bubbly Basin’ – ส่วนเสริมแรกที่รับรู้ความตั้งใจของทีมงาน

August 3, 2026
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In