Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

คุยหลังเล่น รีวิว เดโม Marvel’s Wolverine – ดุดัน ดิบเถื่อน เลือดสาด

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
37 mins ago
in Playstation, ทั้งหมด, รีวิว, รีวิวเกม
Reading Time: 3 mins read
0 0
คุยหลังเล่น รีวิว เดโม Marvel’s Wolverine – ดุดัน ดิบเถื่อน เลือดสาด
Share on FacebookShare on Twitter

ทีมเราได้โอกาสลองเล่น Marvel’s Wolverine เป็นเวลาประมาณสองชั่วโมง โดยตัวเกมที่เปิดให้เล่นมีการตั้งค่าความยากห้าระดับ และเราเลือกเล่นแบบ Normal สำหรับรอบนี้ โดยตัวเดโมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ เริ่มแรกจะมีภารกิจที่ทีม X ออกไปช่วยเหลือ Essex และอีกส่วนหนึ่งเราจะได้สำรวจพื้นที่ Lowtown ใน Madripoor อย่างอิสระ

เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยฉากที่ Wolverine กางกรงเล็บออก แล้วเราก็ถูกพาเข้าสู่ Tutorial การเล่นต่างๆ ทันที หลังจากได้สัมผัสกับเกมนี้ราวๆ สองชั่วโมง ความประทับใจแรกของเราค่อนข้างดีเยี่ยม การต่อสู้มีความน่าตื่นเต้น การสำรวจให้ความรู้สึกว่ามีความตั้งใจในการออกแบบ และที่สำคัญที่สุดคือ Wolverine ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นแค่ตัวละครแบบ Spider-Man อีกตัวหนึ่ง มีหลายสิ่งที่น่าสนใจซึ่งช่วยให้ระบบเกมเพลย์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Related Posts

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Hiroaki Nagashima แห่ง Toei Games – Original IP ตลาดเอเชีย และแผนในอนาคต

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Yongha Kim Director แห่ง Blue Archive – การขยาย IP ในอนาคต ไปจนถึงความรักในเกมอินดี้

จะสู้แบบมั่วๆ ไม่ได้

ระบบการต่อสู้ของ Wolverine ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่ม และพื้นฐานก็เข้าใจได้ง่าย นอกจากการโจมตีแบบเบาและแบบหนักแล้ว ยังมีการ Parry, Dodge และ Leaping attacks ทั้งสามอย่างนี้สามารถผสมผสานกันได้อย่างอิสระ แต่การปัดป้องและจังหวะของมันนั้นถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้ เมื่อถูกรุม ศัตรูที่กำลังจะโจมตีระยะไกลจะมีสัญลักษณ์เตือนสีแดง เพื่อให้คุณมีเวลาหลบ ส่วนการโจมตีที่มีสัญลักษณ์เตือนสีเหลืองนั้นสามารถโต้กลับได้หากกะจังหวะได้อย่างแม่นยำ

นอกจากกรงเล็บแล้ว Wolverine ยังมีความสามารถโจมตีเป็นวงกว้าง และลูกเตะที่ทรงพลังมากขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ดังนั้นตัวเลือกในการโจมตีของเขาจึงมีค่อนข้างเยอะ ถึงเขาจะไม่มีการโจมตีระยะไกลสไตล์ Spider-Man แต่ Wolverine ก็มีวิธีจัดการกับศัตรูที่อยู่ไกลๆ ในแบบของเขา เขาสามารถกระโดดพุ่งเข้าตะครุบเหยื่อได้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูระยะไกลมาคอยลอบยิงจากด้านหลังได้อย่างง่ายดาย วิธีพุ่งเข้าใส่โดยตรงของ Wolverine ยังเข้ากันได้ดีกับสัญชาตญาณความดิบเถื่อนและกัดไม่ปล่อยของเขาอีกด้วย

ระบบการฟื้นคืนชีพและการรักษา ก็ค่อนข้างแตกต่างออกไปเช่นกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกมนี้จะง่าย หากพลังชีวิตเหลือศูนย์และผู้เล่นยังมีเกจ Rage อยู่ ก็สามารถกดปุ่มสี่เหลี่ยมรัวๆ ขณะที่ Wolverine ล้มลงเพื่อฟื้นคืนชีพตรงนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเจอหน้าจอ Game over อย่างไรก็ตาม หากเกจ Rage หมด ก็จบเห่ และเกมก็จะโอเวอร์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Perception ที่คล้ายๆ กับ Spider-Sense ระบบนี้สามารถใช้เพื่อดูการโจมตีระยะไกลที่พุ่งเข้ามา หรือใช้ค้นหาเบาะแสในบริเวณรอบๆ นอกจากนี้ยังมีระบบ Skill tree และ Move-set ที่ค่อนข้างครอบคลุม เพื่อค่อยๆ ปลดล็อกคอมโบกรงเล็บเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชุดคอสตูมหลายชุด ดังนั้นระบบ Progression จึงค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ในเดโมนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ Marvel’s Wolverine ไม่ใช่เกมที่จะเล่นผ่านได้ด้วยการกดปุ่มโจมตีรัวๆ ผู้เล่นจะต้องคอยสังเกตสถานการณ์ในการต่อสู้ จำนวนศัตรู สัญญาณการโจมตีของพวกมัน จังหวะไหนควรหลบ จังหวะไหนควรปัดป้อง จังหวะไหนควรใช้สกิล และศัตรูตัวไหนควรจัดการก่อน หากคุณเอาแต่กดปุ่มโจมตีแบบมั่วๆ Wolverine ก็อาจจะร่วงได้ไวมากเช่นกัน

ในส่วนหนึ่งของเดโม เกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกระหว่างการเล่นแบบ Stealth หรือจะบุกเข้าไปตรงๆ แล้วทำลายล้างให้ราบคาบ ผู้เล่นสามารถเลือกเก็บศัตรูทีละตัวตอนที่พวกมันกระจายกันอยู่ หรือจะบุกเข้าไปจัดการให้หมดในคราวเดียวก็ได้ การเล่นแบบลอบเร้นนั้นทำได้ง่ายดาย Wolverine สามารถซ่อนตัวในกอหญ้าสูง หายไปจากสายตาของศัตรู แล้วค่อยๆ จัดการพวกมันทีละคน นอกจากนี้เขายังสามารถกระโดดลงมาจากหลังคาเพื่อจัดการเป้าหมายจากกลางอากาศได้อีกด้วย มันให้ความรู้สึกเหมือนหมาป่าที่กำลังสะกดรอยตามเหยื่อก่อนจะกระโจนเข้าใส่จริงๆ

ศัตรูในช่วงแรกอาจดูเหมือนจะง่ายเกินไปนิด แต่สถานการณ์จะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อคุณได้เจอกับสมาชิกกลุ่ม The Hand พวกนี้รับมือยากกว่ามาก ทั้งใช้ธนู ระเบิด ดาบคาตานะ แถมยังมีการโจมตีที่หลากหลายกว่า พวกเขายังสามารถหลบหลีกได้เหมือนผู้เล่น ดังนั้นไม่ใช่ว่าทุกการโจมตีของ Wolverine จะโดนเป้าหมายเสมอไป นี่คือจุดที่ผู้เล่นจำเป็นต้องคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของศัตรูจริงๆ ก่อนที่จะโจมตี และการต่อสู้ก็จะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและดุเดือดขึ้นมาทันที

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดสำหรับเราคือการต่อสู้กับบอส Sentinel แม้ว่าในเดโมจะมีบอสไฟต์เพียงครั้งเดียวก็ตาม การต่อสู้นั้นค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจาก Sentinel สามารถใช้หมัด เลเซอร์ และขีปนาวุธโจมตีด้วยความเร็วสูง เมื่อคุณจับรูปแบบการโจมตีของมันได้แล้ว มันก็รู้สึกว่าซ้ำซากนิดหน่อย และการต่อสู้ก็ค่อนข้างยาวนาน ผู้เล่นมักจะลงเอยด้วยการทำรูปแบบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา คือ ปัดป้อง หลบหลีก แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อสวนกลับ

สิ่งที่ทำให้การสู้กับ Sentinel ไม่เหมือนใครคือ Wolverine ไม่ได้สู้เพียงลำพัง ผู้เล่นจะได้ร่วมมือกับสมาชิกทีมคนอื่นๆ และใช้ความสามารถร่วมกันเพื่อโค่น Sentinel ลง การทำงานเป็นทีมระหว่างตัวละครให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นและมอบประสบการณ์การต่อสู้ที่แตกต่างออกไปจากการต่อสู้ทั่วไปอย่างชัดเจน

Wolverine ยิ่งสู้ยิ่งคลั่ง

หนึ่งในระบบที่น่าสนใจที่สุดในเดโมคือ Rage ในบิลด์ที่เราเล่น หลอด Rage มีเกจสูงสุดสามช่อง และจะค่อยๆ เติมขึ้นเมื่อ Wolverine ฆ่าศัตรูหรือโต้กลับสำเร็จ ดังนั้น ยิ่งผู้เล่นต่อสู้ได้ดีและฆ่าศัตรูได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ความสามารถจาก Rage ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

มันให้ความรู้สึกว่าเข้ากับ Wolverine ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งเขาสู้นานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งโหดเหี้ยมมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเปิดใช้งานโหมด Rage แล้ว Wolverine สามารถปลิดชีพศัตรูได้ทันทีหลายตัวพร้อมๆ กับฟื้นฟูพลังชีวิตแรงกดดันที่มีต่อศัตรูจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระบบนี้ดึงเอาความอันตรายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของ Wolverine โดยเฉพาะในระหว่างการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ เข้ามาไว้ในระบบเกมเพลย์ได้อย่างยอดเยี่ยม การเปิดใช้งาน Rage ตอนที่การต่อสู้ใกล้จะจบลง แล้วจัดการกับศัตรูที่เหลือก็เป็นอะไรที่สะใจสุดๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ กลไกการฟื้นคืนชีพที่เราพูดถึงไปก่อนหน้านี้ ก็ต้องพึ่งพาเกจ Rage ล้วนๆ เช่นกัน ทีมพัฒนา Insomniac ต้องหาวิธีนำความสามารถในการรักษาตัวเอง (Healing factor) ของ Wolverine มาใส่ในเกม เพราะชัดเจนว่ามันไม่สามารถเอาไปเทียบกับของ Spider-Man ได้ ในท้ายที่สุด ความสามารถในการฟื้นฟูของ Wolverine ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองระบบ คือ การฟื้นคืนชีพ และการโจมตีเพื่อฮีล

การโจมตีเพื่อฮีลนั้นค่อนข้างเรียบง่าย การโจมตีศัตรูที่กำลังชะงัก (Stagger) จะทำให้ Wolverine ฟื้นฟูพลังชีวิตได้ส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกัน การฟื้นคืนชีพจะต้องใช้เกจ Rage เพื่อชุบชีวิต Wolverine ทันทีเมื่อพลังชีวิตเหลือศูนย์ หาก Wolverine มีเกจ Rage ไม่พอตอนที่เขาล้มลง ก็จะไม่มีโอกาสแก้ตัว และเกมก็จะจบทันที

นี่คือสิ่งที่ทำให้ระบบ Rage มีความน่าสนใจ เพราะมันไม่ได้มีไว้สำหรับให้เราอาละวาดเพียงอย่างเดียว แต่มันยังทำหน้าที่เป็นเหมือนพลังชีวิตสำรองอีกด้วย ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าจะใช้เกจทันทีเพื่อจัดการศัตรูให้เร็วขึ้น หรือจะเก็บไว้ใช้เผื่อ Wolverine ล้มลง ดังนั้น ทุกครั้งที่เกจ Rage เต็ม ก็จะต้องมานั่งคิดหนักนิดนึง โดยเฉพาะถ้าพลังชีวิตของคุณเหลือน้อย

นอกจากเกจ Rage แล้ว ยังมีระบบความก้าวหน้าอีกระบบหนึ่งที่เรียกว่า Adaptations ซึ่งใช้เส้นทางการปลดล็อกลักษณะคล้ายสาย DNA และแยกออกจากสกิลทั่วไป ผู้เล่นสามารถติดตั้ง Adaptation ได้ในจำนวนที่กำหนด ซึ่งแต่ละอย่างจะส่งผลต่อแง่มุมต่างๆ ของการเล่นเกม บางอันทำให้การลอบเร้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่บางอันจะช่วยเพิ่มเกจ Rage โดยตรง ดังนั้นระบบนี้จึงยังคงเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสไตล์การเล่นที่ผู้เล่นต้องการให้ Wolverine เป็น

สำรวจย่าน Lowtown ที่บรรยากาศเหมือนทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้การต่อสู้จะเป็นส่วนที่โหดร้ายที่สุด แต่การสำรวจก็เป็นสิ่งที่ทำให้เดโมนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก แทบทุกอย่างมีศูนย์กลางอยู่ที่ย่าน Lowtown ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านชนชั้นแรงงานของเมือง Madripoor พื้นที่นี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรมากนัก แต่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่คุณไม่ควรพลาด

เมื่อเดินผ่าน Lowtown บรรยากาศจะให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ ป้ายร้านค้า แผงลอยริมถนน ฝูงชนที่พลุกพล่าน หรือแม้แต่ตรอกซอกซอย ล้วนชวนให้นึกถึงย่านเมืองเก่าที่วุ่นวายและดูยุ่งเหยิงนิดๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากคุณเดินเตร็ดเตร่ไปมานานพอ คุณจะได้ยินผู้คนพูดภาษาจีนกลาง และบังเอิญเจอป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “Malay Food” แม้กระทั่งบรรยากาศที่อับชื้นในตรอกซอกซอย การจัดวางป้ายร้านค้า และเสียงร้องขายของจากพ่อค้าแม่ค้าริมถนน ก็ชวนให้นึกถึงความรู้สึกตอนเดินผ่านย่านเก่าๆ ที่คุณอาจพบเจอได้ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้เล่นชาวอินโดนีเซียที่ได้เล่นเดโมนี้ รายละเอียดเหล่านี้ถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดี มันให้ความรู้สึกเหมือน Insomniac ไม่ได้แค่โยนของตกแต่งทั่วไปบางอย่างเพื่อให้สถานที่ดู “เป็นเอเชีย” แล้วก็จบๆ ไป แต่พวกเขามีความพยายามอย่างแท้จริงที่จะทำให้ Lowtown มีกลิ่นอายความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จริงๆ แม้แต่ตามท้องถนนก็ตาม

เรื่องราวระหว่างการสำรวจส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่กับที่ Wolverine ต้องออกตามหาสมาชิกทีม X แต่ละคนเพื่อพูดคุยด้วย ผ่านบทสนทนาเหล่านี้ ผู้เล่นจะค่อยๆ ได้ทำความรู้จักกับนิสัยของแต่ละตัวละครและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอดีตของ Wolverine ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติในการสำรวจ และไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นบทสนทนาที่ถูกยัดเยียดเข้ามา บทสนทนาไม่ใช่แค่การที่ตัวละครยืนคุยกันเป็นเวลานานๆ เพราะมีปฏิสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ แทรกอยู่ระหว่างนั้น รวมถึงมีตัวเลือกที่ผู้เล่นสามารถเลือกตอบได้ด้วย

ระหว่างสำรวจ Lowtown เรายังได้ค้นพบ Nightmare Door ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมที่ท้าทายให้ Wolverine ต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบ หากทำสำเร็จ ผู้เล่นจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอดีตของ Wolverine มากขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น เนื้อหาเสริมนี้จึงไม่เพียงแต่มอบความท้าทายเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขาได้สำรวจตัวละครของเขาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย

สรุปแล้วก็เป็นแค่ Spider-Man ในเวอร์ชัน Wolverine?

หลังจากเล่นไปประมาณสองชั่วโมง คงยากที่จะบอกว่า Marvel’s Wolverine ไม่มีความคล้ายคลึงกับ Spider-Man ของค่าย Insomniac เลย บางส่วนของ UI ชนิดของศัตรู หรือแม้แต่การออกแบบสภาพแวดล้อมบางอย่างยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่เมื่อคุณดำดิ่งลงไปในระบบการต่อสู้ ความแตกต่างก็จะปรากฏชัดเจนทันที

การต่อสู้ที่ต้องพึ่งพาการ Parry) และการ Counter อย่างหนัก การฟื้นคืนชีพที่ต้องอาศัยเกจ Rage, โหมด Rage ที่ทำให้ Wolverine ยิ่งโหดเหี้ยมมากขึ้น หรือแม้แต่วิธีที่ Wolverine พุ่งเข้าประชิดตัวศัตรูโดยตรง ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเป็น Wolverine จริงๆ เขาสามารถมีเลือดออก เจ็บปวด ล้มลงได้ แต่ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อ เขาก็ยิ่งดิบเถื่อนมากขึ้น

สัญชาตญาณความดิบเถื่อนนี้ยังเห็นได้ชัดจากการนำเสนอ Wolverine ใช้กรงเล็บของเขาจัดการศัตรูแบบไม่ปรานี ชิ้นส่วนแขนขาของศัตรูอาจขาดกระจุย มีเลือดสาดกระเซ็น และท่าปลิดชีพของเขาก็โหดเหี้ยมสุดๆ ดังนั้น แม้ว่ารากฐานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Insomniac จะยังคงปรากฏอยู่ในบางส่วน แต่ความรู้สึกในการต่อสู้นั้นแตกต่างจาก Spider-Man อย่างชัดเจน และเหมาะสมกับลักษณะนิสัยที่ก้าวร้าวของ Wolverine มากกว่า

Marvel’s Wolverine จะวางจำหน่ายในวันที่ 15 กันยายนนี้ exclusive บนเครื่อง PlayStation 5 .

Tags: Marvel’s WolverineReview
ShareTweetPin
Previous Post

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Hiroaki Nagashima แห่ง Toei Games – Original IP ตลาดเอเชีย และแผนในอนาคต

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Hiroaki Nagashima แห่ง Toei Games – Original IP ตลาดเอเชีย และแผนในอนาคต
ทั้งหมด

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Hiroaki Nagashima แห่ง Toei Games – Original IP ตลาดเอเชีย และแผนในอนาคต

August 20, 2026
[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Yongha Kim Director แห่ง Blue Archive – การขยาย IP ในอนาคต ไปจนถึงความรักในเกมอินดี้
ทั้งหมด

[BIC2026] บทสัมภาษณ์ Yongha Kim Director แห่ง Blue Archive – การขยาย IP ในอนาคต ไปจนถึงความรักในเกมอินดี้

August 18, 2026
[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Shuhei Yoshida – จาก PlayStation สู่ที่ปรึกษา Indie Dev
ทั้งหมด

[EXCLUSIVE] บทสัมภาษณ์ Shuhei Yoshida – จาก PlayStation สู่ที่ปรึกษา Indie Dev

August 18, 2026

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

คุยหลังเล่น พรีวิว Onimusha: Way of the Sword (รอบที่ 2) – การขัดเกลาที่พร้อมจะวางจำหน่าย
ทั้งหมด

คุยหลังเล่น พรีวิว Onimusha: Way of the Sword (รอบที่ 2) – การขัดเกลาที่พร้อมจะวางจำหน่าย

August 6, 2026
พรีวิว DLC Pokémon Pokopia ‘Bubbly Basin’ – ส่วนเสริมแรกที่รับรู้ความตั้งใจของทีมงาน
ทั้งหมด

พรีวิว DLC Pokémon Pokopia ‘Bubbly Basin’ – ส่วนเสริมแรกที่รับรู้ความตั้งใจของทีมงาน

August 3, 2026
พรีวิว DLC Teenage Mutant Ninja Turtles Sonic Racing: CrossWorlds – การซิ่งที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเยาว์ในมหานครนิวยอร์ก
ทั้งหมด

พรีวิว DLC Teenage Mutant Ninja Turtles Sonic Racing: CrossWorlds – การซิ่งที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเยาว์ในมหานครนิวยอร์ก

August 3, 2026
คุยหลังเล่น พรีวิว เดโม Silent Hill: Townfall – จุดเด่นของแฟรนไชส์ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน
ทั้งหมด

คุยหลังเล่น พรีวิว เดโม Silent Hill: Townfall – จุดเด่นของแฟรนไชส์ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน

July 29, 2026
พรีวิว เดโม Persona 4 Revival – การอัปเกรดเกมต้นฉบับในทุกๆ ด้าน
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม Persona 4 Revival – การอัปเกรดเกมต้นฉบับในทุกๆ ด้าน

July 23, 2026
รีวิว Echoes of Aincrad – อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่เกม SAO ที่แย่ที่สุด
ทั้งหมด

รีวิว Echoes of Aincrad – อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่เกม SAO ที่แย่ที่สุด

July 9, 2026
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In