Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

รีวิว CONTROL Resonant – สำรวจแมนฮัตตันสุดวายป่วง ลุยบอสไฟต์สุดเดือดในสเกลที่ใหญ่ขึ้น

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
6 hours ago
in ทั้งหมด, รีวิว, รีวิวเกม
Reading Time: 5 mins read
0 0
รีวิว CONTROL Resonant –  สำรวจแมนฮัตตันสุดวายป่วง ลุยบอสไฟต์สุดเดือดในสเกลที่ใหญ่ขึ้น
Share on FacebookShare on Twitter

CONTROL Resonant คือภาคต่อของเกมรางวัลยอดเยี่ยมอย่าง Control จากทีมพัฒนา Remedy Entertainment ในคราวนี้สเกลของเกมใหญ่ขึ้นมาก เนื่องจากเรื่องราวไม่ได้วนเวียนอยู่แค่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดเหมือนภาคแรกอีกต่อไป CONTROL Resonant จะวางจำหน่ายในวันที่ 24 กันยายน 2026 สำหรับ PlayStation 5, Xbox Series และ PC โดยเวอร์ชัน Mac จะตามมาให้เล่นผ่านทาง Steam และ App Store ในช่วงปลายปี 2026

เรื่องราวจะย้ายไปยังแมนฮัตตัน โดยเกิดขึ้นหลายปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก Dylan Faden ได้รับการปล่อยตัวในที่สุดหลังจากถูกควบคุมตัวโดย Federal Bureau of Control (FBC) อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว โลกกลับห่างไกลจากคำว่าปกติสุข แมนฮัตตันกำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์เหนือธรรมชาติครั้งใหญ่ เมื่อความเป็นจริงในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองเกิดการบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลงไป มาดู รีวิว CONTROL Resonant ของเรากันเลย

Related Posts

[TGS2026] ประกาศรายชื่อ 10 เกมผู้ชนะรางวัล Japan Game Awards Future Division 2026

[TGS 2026] คุยหลังเล่น พรีวิว One Piece Grand Gourmet – เกมที่ให้คุณเล่นเป็นซันจิในฐานะเชฟ

แมนฮัตตันในสภาพสุดเละเทะ

Dylan ตื่นขึ้นมาในเมืองที่กำลังเผชิญกับพลังลึกลับระดับจักรวาลที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความเป็นจริง ด้วยพลังเหนือธรรมชาติที่เพิ่งค้นพบ เขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่างๆ ที่แพร่กระจายไปทั่วแมนฮัตตัน รวมถึง Hiss สุดวุ่นวาย และสิ่งมีชีวิตรุกรานที่เรียกว่า Mold ในขณะเดียวกัน Dylan ก็ออกตามหา Jesse Faden พี่สาวของเขา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของ FBC

เป้าหมายไม่ได้มีแค่การกลับมาพบกันเท่านั้น Dylan และ Jesse จำเป็นต้องหาวิธีหยุดยั้งภัยคุกคามที่ตอนนี้หลุดรอดออกจาก Oldest House และแพร่กระจายไปยังโลกภายนอกแล้ว พื้นที่ในเมืองเริ่มถูกครอบงำทีละแห่ง รวมถึงเขต West Incursion Zone และ Dylan จะถูกส่งเข้าไปสืบสวนและกำจัดภัยคุกคาม อย่างที่คุณคาดหวังได้จากแฟรนไชส์ Control ภารกิจที่ในตอนแรกดูเหมือนจะเรียบง่าย มักจะนำพา Dylan ไปสู่เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น รวมถึงบอสไฟต์กับนักแสดงที่ถูกครอบงำนามว่า Dancer ภายในโรงละคร

ในแง่ของเนื้อเรื่อง การเล่นภาค Control มาก่อนจะช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจรายละเอียดและจุดเชื่อมโยงบางอย่างได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน โชคดีที่นั่นไม่ใช่ข้อบังคับ เพราะ CONTROL Resonant มีฟีเจอร์สรุปเรื่องราวให้ เรื่องราวของ Dylan ยังถูกเขียนขึ้นมาอย่างดีพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นผู้เล่นใหม่จึงไม่ควรรู้สึกหลงทางหรือพลาดบริบทสำคัญจากเกมภาคก่อนไปทั้งหมด

การสำรวจที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในส่วนที่สนุกที่สุดของ CONTROL Resonant คือการเคลื่อนไหว Dylan จะได้รับทักษะการเดินทางสำรวจต่างๆ ผ่านพิธีกรรม ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Dylan และ Jesse ไปด้วย ตั้งแต่เริ่มเกม ผู้เล่นจะสามารถเข้าถึงการกระโดดสองจังหวะ การแดชสองครั้ง และความสามารถในการลอยตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมดำเนินไป พิธีกรรมต่อๆ ไปก็จะเริ่มมอบความสามารถที่แปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น

ความสามารถบางอย่างถึงกับช่วยให้ Dylan สามารถเคลื่อนย้ายหรือขยับชิ้นส่วนของโลกในเกมได้ ช่วยให้เขาเคลื่อนที่ไปตามแกนต่างๆ ได้ เมื่อความสามารถในการเดินทางของเขายังคงขยายเพิ่มขึ้น การสำรวจจึงให้ความรู้สึกเหมือนมีวิวัฒนาการไปตลอดทั้งเกม แทนที่จะพึ่งพาแค่การเคลื่อนไหวแบบเดิมๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

การเข้าไปในอาคารต่างๆ และค้นหาพื้นที่ลับก็ให้รางวัลตอบแทนที่คุ้มค่า เมื่อคุณเรียนรู้แพตเทิร์นได้แล้ว พื้นที่ลับหลายแห่งก็สามารถสังเกตเห็นได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นผู้เล่นที่ใส่ใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวจะได้รับรางวัลมากกว่าผู้เล่นที่เดินตามแค่เส้นทางหลัก สภาพแวดล้อมรอบตัว Dylan ยังค่อนข้างมีความเคลื่อนไหว โดยมี NPC ประกอบฉากที่บางครั้งก็พูดคุยเกี่ยวกับ Dylan หรือเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเรียบง่าย แต่มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้แมนฮัตตันรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น แม้จะอยู่ในสภาพที่วุ่นวายก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีของสะสมอย่างบันทึกเสียงและเอกสารต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโลกในเกม ประวัติศาสตร์ และภารกิจที่กำลังดำเนินอยู่ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือบันทึกเสียงก่อนที่จะสู้กับ Dancer เมื่อหาเจอ บันทึกเสียงจะเล่นต่อไปตลอดช่วงบอสไฟต์ ทำให้การสำรวจและการต่อสู้ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกันอย่างมีเจตนา

ในโซนต่างๆ ผู้เล่นจะยังได้พบกับ World Feats ซึ่งทำหน้าที่เป็นเป้าหมายรองและวิธีในการอัปเลเวลพื้นที่ กิจกรรมเหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างหนึ่งคืออีเวนต์ Hold the Line ซึ่ง Dylan ต้องช่วยเหล่า Ranger ปกป้องเสบียงของ FBC นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่ง่ายกว่านั้น เช่น การกำจัดศัตรูตามจำนวนที่กำหนดในสถานที่เฉพาะเจาะจง

World Feats เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการออกสำรวจนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก ระบบนี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับโปรเกรสชัน ยิ่งพื้นที่เลเวลสูงขึ้น ระดับความยากและรางวัลที่พบก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยรวมแล้ว โครงสร้างโลกของเกมมีความคล้ายคลึงกับโลกกึ่งโอเพนเวิลด์ที่ตั้งอยู่ในแมนฮัตตันเวอร์ชันปิดล้อม ดังนั้นสเกลของเกมจึงให้ความรู้สึกที่ใหญ่ขึ้นโดยไม่ได้กลายเป็นเกมโอเพนเวิลด์อย่างเต็มรูปแบบ

CONTROL Resonant ยังมีตัวเลือกบทสนทนาในบางฉากและคัตซีน ผู้เล่นสามารถเลือกคำตอบที่แตกต่างกันได้เมื่อพูดคุยกับตัวละครอื่นๆ แต่น่าเสียดายที่ระบบนี้มักจะให้ความรู้สึกว่าไม่ได้มีอิมแพกต์เท่าที่ควร ตัวเลือกส่วนใหญ่มักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น แม้ว่าตัวเลือกบทสนทนาอาจฟังดูน่าสนใจในทางทฤษฎี แต่การนำไปปฏิบัติจริงกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมันเปลี่ยนแปลงบทสนทนาหรือทิศทางของเรื่องราวอย่างแท้จริง

ระบบต่อสู้ Hack-and-Slash ที่หนักหน่วง

ในด้านเกมเพลย์ CONTROL Resonant ให้ความรู้สึกเหมือนเกมแอ็กชัน RPG ที่มีระบบต่อสู้ Hack-and-Slash ที่แข็งแกร่ง ศัตรูจะมีเกจทรัพยากรที่เรียกว่า Falter ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับความเสียหาย เมื่อเกจเต็ม Dylan ก็สามารถใช้ท่าเผด็จศึกได้ แอนิเมชันของท่าเผด็จศึกก็ทำออกมาได้สะใจมาก โดย Dylan สามารถแดชข้ามหน้าจอในพริบตาเพื่อประชิดตัวและปลิดชีพศัตรู

ความหลากหลายของศัตรูก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ช่วยให้การต่อสู้ไม่น่าเบื่อจำเจ มีทั้งศัตรูมาตรฐานที่โจมตีระยะไกลและระยะประชิด ศัตรูประเภทเกราะหนา ศัตรูที่รวดเร็วและใช้ดาบ และแม้กระทั่งศัตรูที่สามารถพุ่งชาร์จเข้าใส่ผู้เล่นได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีสายฮีลที่ไม่ได้โจมตี Dylan โดยตรง แต่ก็ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะหากปล่อยมันรอดไว้นานเกินไป การต่อสู้อาจยืดเยื้อขึ้นมาก

บอสไฟต์ก็มีความน่าสนใจมาก ทั้งในแง่ของเมคคานิกและภาพลักษณ์ บอสหลายตัวถูกสร้างขึ้นโดยมีกิมมิกหรือธีมที่เฉพาะเจาะจง รวมถึงการต่อสู้กับ Dancer ที่กล่าวไปข้างต้นด้วย สิ่งนี้ทำให้บอสให้ความรู้สึกเป็นมากกว่าแค่ศัตรูธรรมดาที่มีหลอดเลือดใหญ่ขึ้น

ในช่วงเริ่มเกม ผู้เล่นจะถูกจำกัดให้ใช้ชุดการโจมตีหลักและการโจมตีรองเพียงชุดเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมดำเนินไป คุณสามารถปลดล็อกท่าโจมตีใหม่ๆ ได้โดยใช้ทรัพยากรที่รวบรวมมา ระบบการโจมตีแบ่งออกเป็นสามหมวดหมู่หลัก ได้แก่ Primary Forms, Secondary Forms และ Combo Finishers แต่ละหมวดหมู่จะมีสายการโจมตีของตัวเองที่สามารถปลดล็อกและเลือกใช้ได้ตามสไตล์การเล่นของคุณ

การโจมตีแต่ละท่ายังมีค่าสเตตัสของตัวเอง รวมถึงระยะความเสียหาย จำนวนเกจ Falter ที่เพิ่มให้เป้าหมาย โอกาสติดคริติคอล และความเร็วในการฟื้นฟูพลังงาน เนื่องจากค่าสเตตัสค่อนข้างเข้าใจง่าย ผู้เล่นจึงสามารถเปรียบเทียบท่าโจมตีต่างๆ ก่อนตัดสินใจว่าท่าไหนเหมาะกับบิลด์ของตนเอง

ตัวอย่างหนึ่งของท่าโจมตีที่ปลดล็อกได้คือ Concussive Beatdown ซึ่งเป็นท่าปิดคอมโบที่ประกอบด้วยการโจมตีอย่างรวดเร็วหลายครั้ง สร้างความเสียหายและเพิ่มเกจ Falter ได้อย่างมหาศาล ท่าโจมตีนี้เหมาะมากสำหรับการเร่งจังหวะการต่อสู้ นอกจากนี้ยังมีท่า Extend ซึ่งเป็นการโจมตีระยะไกลที่สามารถสร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้หลายตัวพร้อมกัน และสามารถชาร์จพลังเพื่อเพิ่มเกจ Falter และดาเมจเพิ่มเติม หากกะจังหวะการชาร์จได้พอดี ดาเมจที่ออกมาก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น

อีกตัวเลือกหนึ่งคือ Cleave ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นท่าโจมตีที่มีความสมดุลพอสมควร แต่สามารถสร้างโบนัสดาเมจได้เมื่อโจมตีจากด้านหลังศัตรู สิ่งนี้ทำให้การยืนตำแหน่งมีความสำคัญค่อนข้างมากในการต่อสู้ ในการปลดล็อก Form ต่างๆ เหล่านี้ ผู้เล่นต้องใช้ทรัพยากร เช่น สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าสเตตัสที่เรียกว่า Aberrant Strength สเตตัสนี้ดูเหมือนจะเพิ่มตัวคูณดาเมจโดยรวมเมื่อปลดล็อก Form ต่างๆ มากขึ้น และการอัปเกรดบางอย่างก็ต้องใช้วัตถุดิบคราฟต์เฉพาะทางอย่าง Living Shards ด้วย

การปรับแต่งสกิลต่อสู้และบิลด์

นอกเหนือจากการโจมตีหลักและรองที่เน้นการต่อสู้ระยะประชิดแล้ว Dylan ยังมี Combat Ability หรือสกิลต่อสู้ด้วย ระบบเหล่านี้ทำงานแตกต่างออกไปเล็กน้อยและมีค่าสเตตัสที่ค่อนข้างละเอียดเป็นของตัวเอง เช่น ดาเมจโปรเจกไทล์ ดาเมจระเบิด ค่าความสะสม Falter และค่าคอสต์พลังงาน

ตัวอย่างหนึ่งคือ Volatile Anomaly สกิลนี้ช่วยให้ Dylan สามารถอัญเชิญลูกน้องที่สามารถจับทุ่มและระเบิดได้ ดาเมจที่เกิดขึ้นจะยิ่งรุนแรงขึ้นหากลูกน้องมีพลังชีวิตเหลือน้อยตอนที่ถูกทุ่ม ดังนั้นผู้เล่นจึงสามารถใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขนี้เพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้

แตกต่างจากการโจมตีหลักและรองที่ให้ผู้เล่นปลดล็อกและสลับใช้งานได้หลายตัวเลือกในแต่ละหมวดหมู่ Dylan สามารถใช้ Combat Ability ได้เพียงครั้งละหนึ่งอย่างเท่านั้น หากต้องการลองสกิลอื่น ผู้เล่นจะต้องฟื้นฟู Combat Ability ที่ใช้งานอยู่ก่อน จากนั้นจึงค่อยเลือกสกิลใหม่ และกระบวนการสลับนี้ก็มีคอสต์พลังงานที่ต้องจ่ายด้วยเช่นกัน

เนื่องจากระบบนี้ การเลือก Combat Ability จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการตัดสินใจที่จริงจังกว่าการสลับท่าโจมตีระยะประชิดที่มีความยืดหยุ่นสูง โชคดีที่ตัวเลือกนี้ไม่ได้เป็นการผูกมัดถาวร เนื่องจากผู้เล่นสามารถรีเซตและลองใช้สกิลอื่นๆ ได้เสมอ หากบิลด์ที่เลือกใช้งานไม่ได้ผล

นี่คือจุดที่พื้นที่ที่เรียกว่า The Gap กลายมามีความสำคัญมาก ผู้เล่นสามารถใช้พื้นที่นี้เพื่อทดสอบคอมโบการโจมตีต่างๆ ก่อนที่จะนำไปใช้จริงในการต่อสู้บนโลกหลัก Form ที่ปลดล็อกแล้วทั้งหมดสามารถนำมารีเซตได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีระบบการปักหมุดสกิลที่ชื่นชอบเพื่อให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้การจัดบิลด์สนุกยิ่งขึ้น เพราะผู้เล่นจะไม่ถูกล็อกให้ติดอยู่กับการตัดสินใจในช่วงเริ่มเกมอย่างสมบูรณ์

ผู้เล่นสามารถอัปเกรดการโจมตีโดยใช้สกุลเงินและวัตถุดิบที่ได้จากการเอาชนะศัตรูหรือการสำรวจโลก นอกเหนือจากระบบ Form และ Combat Ability แล้ว ยังมี Talent Tree เพื่อพัฒนาความสามารถของ Dylan เพิ่มเติม ประสบการณ์และแต้ม Talent สามารถรับได้จากการกำจัดศัตรูเผ่า Hiss และทำ World Feats ให้สำเร็จ นอกจากนี้ Dylan ยังมีตัวเลือกการปรับแต่งคอสเมติกสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาด้วย

ยังมีบางส่วนที่ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่

แม้ว่าประสบการณ์เกมเพลย์โดยรวมจะสนุกสนาน แต่ CONTROL Resonant ก็ยังคงมีปัญหาเล็กน้อยที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเกมยังไม่สมบูรณ์แบบ หนึ่งในจุดที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเกมใส่มาเยอะเกินไปจนรก โดยเฉพาะในระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด เมื่อมีศัตรูระยะประชิดหลายตัวเข้ามารุมล้อม Dylan พร้อมกัน อาจเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นการโจมตีระยะไกลที่พุ่งเข้ามา หรือการโจมตีจากนอกจอ

จริงๆ แล้วตัวเกมมีลูกศรสีเหลืองเพื่อช่วยบอกทิศทางของภัยคุกคามประเภทนี้ แต่เมื่อหน้าจอเต็มไปด้วยศัตรูและเอฟเฟกต์การโจมตี ตัวบอกทิศทางเหล่านี้ก็ยังไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าที่ควร เป็นผลให้บอสไฟต์หรือฉากปะทะใหญ่ๆ บางครั้งอาจให้ความรู้สึกว่ามันรกเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เล่นต้องหลบหลีกการโจมตีหลายรูปแบบพร้อมๆ กัน

การพากย์เสียงก็ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างราบเรียบในบางจุด สิ่งนี้ทำให้บางช่วงเวลาที่ควรจะเร้าอารมณ์ กลับไม่ได้สร้างอิมแพกต์ตามที่คาดหวัง ปัญหาเดียวกันนี้ก็ปรากฏให้เห็นเล็กน้อยในตัวเลือกบทสนทนาด้วย ตามที่ได้พูดคุยไปก่อนหน้านี้ การตอบสนองของผู้เล่นแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของบทสนทนาอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ระบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นระบบเสริมมากกว่าที่จะเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญจริงๆ

สรุป รีวิว CONTROL Resonant

โดยรวมแล้ว CONTROL Resonant เป็นเกมที่สนุกและทำได้ดีในการเชื่อมโยงโลกต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์ที่เหนียวแน่น แม้ว่าจะมีสเกลที่ใหญ่ขึ้นมากก็ตาม ทักษะการเดินทางที่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความหลากหลายของการต่อสู้ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมและบทสนทนาของ NPC ล้วนทำให้แมนฮัตตันเป็นสถานที่ที่น่าสนใจในการสำรวจ

World Feats และคอนเทนต์เสริมต่างๆ ยังมอบเหตุผลให้ออกนอกเส้นทางหลักของเนื้อเรื่อง ระบบเลเวลของพื้นที่ รางวัล และเป้าหมายเพิ่มเติม มอบเหตุผลให้ผู้เล่นกลับไปยังโซนต่างๆ และสำรวจโลกกึ่งโอเพนเวิลด์แห่งนี้ในจังหวะของตัวเอง

แน่นอนว่ายังมีบางส่วนที่รู้สึกว่ายังไม่เข้าที่เข้าทาง การพากย์เสียงที่ราบเรียบในบางครั้งและตัวเลือกบทสนทนาที่ขาดผลลัพธ์ที่ตามมา ทำให้บางช่วงเวลาที่เน้นอารมณ์หรือการขับเคลื่อนตัวละคร ให้ความรู้สึกที่มีพลังน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ความรกทางสายตาระหว่างการต่อสู้ขนาดใหญ่ก็บางครั้งทำให้การต่อสู้อ่านทางยากเกินความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ลดทอนความสนุกของประสบการณ์หลัก ข้อบกพร่องนั้นค่อนข้างชัดเจนและน่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นที่ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องหรือการต่อสู้ที่มีภาพลักษณ์สะอาดตา แต่สำหรับผู้เล่นที่เข้ามาเพื่อการสำรวจ การต่อสู้ โปรเกรสชัน และการสร้างโลกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Remedy แล้ว CONTROL Resonant ยังคงทำได้ตามที่สัญญาไว้

คะแนน 8.5/10

ข้อดี

  • การสำรวจมีความสนุกสนานด้วยทักษะการเดินทางที่หลากหลาย และพื้นที่ลับที่จัดวางมาอย่างดี
  • การออกแบบโลกกึ่งโอเพนเวิลด์ให้ความรู้สึกหนักแน่น และยังคงให้ความรู้สึกของโลกที่กว้างใหญ่
  • การต่อสู้มีความสะใจด้วยประเภทของศัตรูที่หลากหลาย
  • โลกในเกมมีรายละเอียดและสบายตา
  • มีเหตุผลมากมายให้ออกสำรวจนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก ผ่านเควสต์เสริมและเป้าหมายรองอื่นๆ
  • ยังคงเล่นสนุกในฐานะเกมสแตนด์อโลนด้วยฟีเจอร์สรุปเนื้อเรื่อง

ข้อเสีย

  • งานภาพในระหว่างการต่อสู้อาจดูวุ่นวายไปบ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีศัตรูปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันหลายตัว
  • การพากย์เสียงในบางช่วงเวลาที่ต้องการสื่ออารมณ์ ให้ความรู้สึกค่อนข้างราบเรียบ

CONTROL Resonant จะวางจำหน่ายในวันที่ 24 กันยายน 2026 สำหรับ PlayStation 5, Xbox Series และ PC สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน เว็บไซต์ทางการ


อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Tags: CONTROL ResonantRemedy EntertainmentReview
ShareTweetPin
Previous Post

[TGS2026] ประกาศรายชื่อ 10 เกมผู้ชนะรางวัล Japan Game Awards Future Division 2026

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

[TGS2026] ประกาศรายชื่อ 10 เกมผู้ชนะรางวัล Japan Game Awards Future Division 2026
ข่าว

[TGS2026] ประกาศรายชื่อ 10 เกมผู้ชนะรางวัล Japan Game Awards Future Division 2026

September 20, 2026
[TGS 2026] คุยหลังเล่น พรีวิว One Piece Grand Gourmet –   เกมที่ให้คุณเล่นเป็นซันจิในฐานะเชฟ
ทั้งหมด

[TGS 2026] คุยหลังเล่น พรีวิว One Piece Grand Gourmet – เกมที่ให้คุณเล่นเป็นซันจิในฐานะเชฟ

September 19, 2026
[TGS 2026] คุยหลังเล่น เดโม Persona 4 Revival – ยิ่งเล่นนาน ยิ่งสัมผัสได้ว่าเกมมันดี
ทั้งหมด

[TGS 2026] คุยหลังเล่น เดโม Persona 4 Revival – ยิ่งเล่นนาน ยิ่งสัมผัสได้ว่าเกมมันดี

September 19, 2026

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

คุยหลังเล่น พรีวิว FINAL FANTASY RESONANCE โหมด Colosseum – ความท้าทายที่มากขึ้น
ทั้งหมด

คุยหลังเล่น พรีวิว FINAL FANTASY RESONANCE โหมด Colosseum – ความท้าทายที่มากขึ้น

September 18, 2026
รีวิว Marvel’s Wolverine – ดุดัน รวดเร็ว และมาพร้อมกับภาพอันยอดเยี่ยม
ทั้งหมด

รีวิว Marvel’s Wolverine – ดุดัน รวดเร็ว และมาพร้อมกับภาพอันยอดเยี่ยม

September 11, 2026 - Updated on September 14, 2026
พรีวิว เดโม Final Fantasy VII Revelation – แผนที่อันกว้างใหญ่ และการได้สัมผัส Cid พร้อม Vincent เข้าสู่ปาร์ตี้
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม Final Fantasy VII Revelation – แผนที่อันกว้างใหญ่ และการได้สัมผัส Cid พร้อม Vincent เข้าสู่ปาร์ตี้

September 10, 2026
พรีวิว Gundam Rogue Orbit – เกมกันดั้มสายบู๊แหลก
ทั้งหมด

พรีวิว Gundam Rogue Orbit – เกมกันดั้มสายบู๊แหลก

September 8, 2026
พรีวิว DRAGON QUEST MONSTERS: The Withered World – เกมซีรีส์ Monsters ที่น่ารักที่สุด
ทั้งหมด

พรีวิว DRAGON QUEST MONSTERS: The Withered World – เกมซีรีส์ Monsters ที่น่ารักที่สุด

September 8, 2026
คุยหลังเล่น รีวิว เดโม CODE VEIN II Mask of Idris – ส่วนเสริมที่เน้นสานต่อเรื่องราว บนรากฐานเกมเพลย์ที่คุ้นเคย
ทั้งหมด

คุยหลังเล่น รีวิว เดโม CODE VEIN II Mask of Idris – ส่วนเสริมที่เน้นสานต่อเรื่องราว บนรากฐานเกมเพลย์ที่คุ้นเคย

September 3, 2026
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In