Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

จากยากูซ่าสู่ทะเลกว้าง – บทสัมภาษณ์ Masayoshi Yokoyama กับการสร้างทิศทางใหม่ของแฟรนไชส์

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
1 year ago
in ทั้งหมด, บทสัมภาษณ์
Reading Time: 3 mins read
0 0
จากยากูซ่าสู่ทะเลกว้าง – บทสัมภาษณ์ Masayoshi Yokoyama กับการสร้างทิศทางใหม่ของแฟรนไชส์
Share on FacebookShare on Twitter

ทีมของเราเพิ่งมีโอกาสสัมภาษณ์ คุณ Masayoshi Yokoyama, Executive Director และ Head/Chief Producer ที่ Ryu Ga Gotoku Studio, เกี่ยวกับเกมภาคใหม่ที่หลายคนตั้งตารอในแฟรนไชส์ Like a Dragon (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Yakuza) กับภาค Like a Dragon: Pirate Yakuza in Hawaii

ในฐานะหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์อันโด่งดังนี้ คุณ Yokoyama ได้แชร์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนา วิวัฒนาการของตัวละคร และกลไกการเล่นใหม่ๆ ที่ผู้เล่นสามารถตั้งตารอได้ในภาคล่าสุดนี้

Related Posts

Indie Wavemakers Exchange 2026: งานอีเวนต์หลักงานใหม่สำหรับวงการเกมอินดี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทสัมภาษณ์ Monster Hunter Outlanders – การขยายแฟรนไชส์ในมุมมองที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

*เนื้อหาบางส่วนของบทสัมภาษณ์มีการแก้ไขเพื่อให้เข้ากับภาษาไทยมากยิ่งขึ้น

แนวทางการเล่าเรื่องของ คุณ Yokoyama

บทสัมภาษณ์เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ คุณ Yokoyama ที่ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องเป็นแรงผลักดันหลักในการตัดสินใจพัฒนาเกม เมื่อออกแบบเกมใหม่ กระบวนการของเขากลับตรงไปตรงมาอย่างมาก: “เมื่อผมรู้ว่า Majima จะไปฮาวาย สูญเสียความทรงจำ และกลายเป็นโจรสลัด นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ผมไม่เคยคุยเรื่องธีมนี้กับใครเลย” แนวทางลงมือทำด้วยตัวเองนี้สะท้อนให้เห็นในสไตล์การเป็นผู้นำของเขาด้วย: “เมื่อผมคิดเรื่องอะไรออก ผมก็แค่เรียกทุกคนมารวมกัน อธิบายทุกอย่างลงบนกระดาน แล้วนั่นคือแนวทางที่เราจะเดินต่อไป”

“เรื่องราวต้องมาก่อน” เป็นปรัชญาที่เห็นได้ชัดจากการเลือกสถานที่ ฮาวาย ถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ต่างประเทศแห่งแรกในซีรีส์ แต่ไม่ใช่เพราะแนวโน้มของตลาด คุณ Yokoyama เน้นว่าสถานที่ต้องมีความสำคัญต่อเรื่องราว: “เราจะไม่สร้างเมืองเพียงเพราะมันเป็นที่นิยม เราจะสร้างสถานที่ที่จำเป็นต่อเรื่องราวที่เรากำลังเขียน”

เขายกตัวอย่าง Onomichi Jingaicho จาก Yakuza 6: The Song of Life ว่า “จริงๆ แล้ว Onomichi ไม่ใช่สถานที่ที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่นิยมเลย แต่สำหรับเรา นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือการเลือกสถานที่ที่จำเป็นต่อเรื่องราว และทำให้มันออกมามีคุณภาพสูงสุด”

แม้แต่ฟีเจอร์การเล่นเกมก็ต้องสอดคล้องกับเรื่องราว คุณ Yokoyama กล่าวถึงระบบการต่อสู้ทางเรือที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ว่า “ถ้ามันใช้ไม่ได้ผล เราก็จะตัดมันทิ้ง” สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าฟีเจอร์ด้านเทคนิคควรสนับสนุนเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ถูกเพิ่มเข้ามาโดยไม่มีเหตุผล

การผจญภัยครั้งใหม่ของ Goro Majima

หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดในเกมคือ Goro Majima, ผู้รับบทเป็นกัปตันโจรสลัด เมื่อถูกถามเกี่ยวกับกระบวนการสร้างธีมและว่าผู้เล่นสามารถเข้าถึงแนวคิดนี้ได้หรือไม่ คุณ Yokoyama อธิบายว่าพวกเขาไม่ได้กำหนดธีมตั้งแต่เริ่มสร้างเรื่อง “เมื่อสร้างโครงเรื่องพื้นฐาน ยังไม่มีธีมที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงค่อนข้างตอบได้ยาก” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าประสบการณ์ของผู้เล่นจะขึ้นอยู่กับมุมมองและช่วงชีวิตของแต่ละคน

“ผมคิดว่าคนที่มีลูกเล็กๆ อาจรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป ในขณะที่คนโสดอาจมองเกมในมุมที่แตกต่างกัน” เขาอธิบาย

การต่อสู้, การรบทางเรือ และ Madlantis

เกมนี้มีรูปแบบการต่อสู้ที่แตกต่างกันสองแบบสำหรับ Majima: สไตล์ Mad Dog ที่คุ้นเคย และสไตล์ Sea Dog ใหม่ คุณ Yokoyama อธิบายว่าสองสไตล์นี้มีความเกี่ยวข้องกับบทบาทของ Majima ในเรื่องราว “โดยพื้นฐานแล้ว รูปแบบการต่อสู้จะอิงจากอาชีพของตัวละคร” เขากล่าว สไตล์ Mad Dog สามารถใช้ได้ตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่สไตล์ Sea Dog จะถูกปลดล็อกเมื่อ Majima กลายเป็นโจรสลัด พร้อมคัตซีนพิเศษที่เขาได้รับดาบคู่อันเป็นเอกลักษณ์และปลดล็อกท่วงท่าใหม่

คุณ Yokoyama อธิบายถึงความท้าทายในการทำให้ Majima เป็นตัวละครที่เล่นได้: “นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Like a Dragon 0: The Place of Oath ที่ Majima สามารถเล่นได้ สำหรับใครที่ติดตามซีรีส์มา Majima มักจะเป็นศัตรูที่ทรงพลังมาก ดังนั้นการถ่ายทอดพลังของเขาให้อยู่ในระบบเกมที่เล่นได้จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก”

การเพิ่มระบบการต่อสู้ทางเรือถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกลไกการเล่นแบบเดิมของซีรีส์ คุณ Yokoyama เปิดเผยว่าฟีเจอร์นี้ยากมากในการพัฒนา และถึงขั้นไม่สามารถนำไปโชว์ในงาน Tokyo Game Show 2024 ปีที่แล้ว เพราะมันยังไม่พร้อม “ใช่ มันเป็นเรื่องยากมาก และเราปรับแก้มันจนถึงวินาทีสุดท้าย” เขากล่าว

Madlantis ถูกนำเสนอเป็นสถานที่หลักในเกมภาคนี้ โดย คุณ Yokoyama อธิบายว่ามันมีพื้นฐานมาจาก สุสานเรืออับปาง สถานที่พิเศษแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นแหล่งทิ้งซากเรืออย่างผิดกฎหมาย และค่อยๆ กลายเป็นชุมชนที่องค์กรอาชญากรรมต่างๆ มารวมตัวกัน “พวกโจรสลัดเริ่มมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ และหาเลี้ยงชีพจากกิจกรรมผิดกฎหมายเป็นหลัก” เขาอธิบาย

สถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวของมันเอง คุณ Yokoyama เสริมว่า “ถ้าสังเกตดีๆ หลายส่วนของมันทำมาจากวัสดุของซากเรืออับปาง” นอกจากนี้เขายังพูดถึงน้ำที่มีมลพิษโดยเจตนา: “ความสกปรกของน้ำเป็นตัวแทนของความปรารถนาของผู้คนที่มารวมตัวกันที่นี่”

การเข้าถึงผู้เล่นในประเทศต่างๆ

เนื่องจากซีรีส์ Like a Dragon ได้ก้าวไปสู่การเป็นแฟรนไชส์ระดับโลกมากขึ้น เกมนี้จึงมาพร้อมกับการรองรับภาษาที่กว้างขึ้น รวมถึงเสียงพากย์ภาษาจีนกลาง คุณ Yokoyama อธิบายว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่เพื่อเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลก: “เกมของเรา อย่างเช่นซีรีส์ RGG และเกมของ SEGA โดยรวม จะเริ่มมีการแปลภาษาให้ครอบคลุมมากขึ้น และอาจมีตัวเลือกเสียงพากย์มากขึ้นด้วย”

การตอบสนองของตลาด และความคาดหวังของผู้เล่น

คุณ Yokoyama พูดถึงความคาดหวังของผู้เล่นที่มีต่อเกมภาคใหม่นี้ และวิธีที่ทีมออกแบบเนื้อหาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้น เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างสิ่งที่แฟนเก่าต้องการและสิ่งที่ผู้เล่นใหม่สามารถเข้าถึงได้ “เราพยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ยังคงรักษาองค์ประกอบที่แฟนเก่าคาดหวังไว้ ขณะเดียวกันก็ดึงดูดผู้เล่นใหม่ด้วย” เขากล่าว

นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าในเกมจะมี เรื้อเรื่องเสริมย่อยๆ และกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่ถูกเตรียมไว้เพื่อเพิ่มความลึกให้กับเรื่องราวและตัวละคร สิ่งนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้สัมผัสมากกว่าแค่เนื้อเรื่องหลัก และดื่มด่ำไปกับโลกของเกมได้อย่างเต็มที่ “เป้าหมายของเราคือมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับเรื่องราวในเกมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” คุณ Yokoyama กล่าว

อีกทั้ง เกมนี้จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ New Game+ หลังการเปิดตัว ซึ่ง คุณ Yokoyama ยืนยันว่าจะให้เล่นฟรี ต่างจากภาคก่อนๆ “เมื่อคุณเล่นเกมจบแล้ว คุณสามารถนำข้อมูลเซฟเดิมมาเล่นในโหมด New Game ได้อีกครั้ง ฟีเจอร์นี้เคยมีมาก่อน แต่ในภาคที่แล้วต้องซื้อเป็น DLC ครั้งนี้ คุณสามารถสนุกกับมันได้ฟรี”

คุณ Yokoyama ยังกล่าวถึงความแตกต่างที่น่าสนใจในการตอบรับของตลาดต่อเกมนี้ ในยุโรปนั้นมียอดพรีออร์เดอร์เกินความคาดหมาย โดยมีหลายคนมองว่าเกมนี้เป็น เกมโจรสลัด มากกว่าภาคหนึ่งของ Like a Dragon ในขณะที่ในญี่ปุ่น แฟนบางส่วนแสดงความกังวลว่าเกมอาจหลุดออกจากธีม Yakuza แบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม คุณ Yokoyama ยืนยันกับแฟนๆ ว่า “เกมนี้เป็นส่วนเสริมของ Like a Dragon 8 และเมื่อผู้เล่นได้ลองสัมผัส พวกเขาจะเข้าใจเอง ดังนั้นแฟนๆ ที่ติดตามมานานไม่ต้องกังวล”

เกมยังเพิ่มการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ รวมถึง หมึกยักษ์ ซึ่ง คุณ Yokoyama ระบุว่า “มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่อง” สิ่งนี้ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับระบบการต่อสู้ทางเรือของเกมอีกด้วย

สุดท้าย คุณ Yokoyama เน้นย้ำว่า แม้เกมนี้อาจดูแตกต่างจาก Yakuza แบบดั้งเดิม แต่เขาเชื่อมั่นว่าตัวเกมมีศักยภาพในการดึงดูดผู้เล่นใหม่ ในขณะที่ยังคงรักษาแก่นแท้ของซีรีส์ไว้ เขากล่าวว่าเกมนี้พัฒนาโดยทีมงานมากประสบการณ์จาก Ryu Ga Gotoku Studio ซึ่งเข้าใจและเคารพความคาดหวังของแฟนๆ เป็นอย่างดี

“เราต้องการสร้างเกมที่ทุกคนสามารถสนุกได้ ด้วยการนำเสนอองค์ประกอบใหม่ๆ ในขณะที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้ ผมอยากให้แฟนๆ สบายใจและสนุกไปกับการผจญภัยครั้งใหม่นี้” คุณ Yokoyama กล่าว แนวทางนี้ทำให้ทั้งแฟนเก่าและผู้เล่นใหม่สามารถค้นพบและเพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ของซีรีส์นี้ได้อีกครั้ง

ทางเราขอขอบคุณ คุณ Masayoshi Yokoyama ที่สละเวลามาเป็นตัวแทนของ RGG Studio เพื่อตอบคำถามต่างๆ จากทางเรา สำหรับ Like a Dragon: Pirate Yakuza in Hawaii เตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ บน PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox Series X|S, Xbox One, Windows และ PC สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ทางการ

©SEGA


อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Tags: Like a DragonLike a Dragon: Pirate Yakuza in HawaiiRyu Ga Gotoku Studioบทสัมภาษณ์
ShareTweetPin
Previous Post

Magic: The Gathering x Final Fantasy เปิดตัวชุดการ์ดสุดอลังการ

Next Post

รีวิว Digital Monster COLOR Monster Hunter 20th Edition – เมื่อเราได้เลี้ยงเหล่าแย้

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

Indie Wavemakers Exchange 2026: งานอีเวนต์หลักงานใหม่สำหรับวงการเกมอินดี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าว

Indie Wavemakers Exchange 2026: งานอีเวนต์หลักงานใหม่สำหรับวงการเกมอินดี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

April 30, 2026
บทสัมภาษณ์ Monster Hunter Outlanders – การขยายแฟรนไชส์ในมุมมองที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ทั้งหมด

บทสัมภาษณ์ Monster Hunter Outlanders – การขยายแฟรนไชส์ในมุมมองที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

April 30, 2026
รวมโค้ด NTE: Neverness to Everness และวิธีเติม
Guide

รวมโค้ด NTE: Neverness to Everness และวิธีเติม

April 28, 2026
Next Post
รีวิว Digital Monster COLOR Monster Hunter 20th Edition – เมื่อเราได้เลี้ยงเหล่าแย้

รีวิว Digital Monster COLOR Monster Hunter 20th Edition - เมื่อเราได้เลี้ยงเหล่าแย้

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!

March 17, 2026 - Updated on March 18, 2026
รีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ซีรีส์ Monster Hunter Stories
ทั้งหมด

รีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ซีรีส์ Monster Hunter Stories

March 10, 2026
รีวิว Resident Evil Requiem – การผสมผสานสองแนวเกมผ่านสองตัวเอก สู่ผลงานสุดสมบูรณ์แบบ
ทั้งหมด

รีวิว Resident Evil Requiem – การผสมผสานสองแนวเกมผ่านสองตัวเอก สู่ผลงานสุดสมบูรณ์แบบ

February 25, 2026
พรีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่สำหรับ Monster Hunter Stories
ทั้งหมด

พรีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่สำหรับ Monster Hunter Stories

February 12, 2026
พรีวิว Pokémon Pokopia – เกม Life Simulation อันแสนอบอุ่นที่เปิดโอกาสให้ความสร้างสรรค์ของคุณ
ทั้งหมด

พรีวิว Pokémon Pokopia – เกม Life Simulation อันแสนอบอุ่นที่เปิดโอกาสให้ความสร้างสรรค์ของคุณ

February 11, 2026
รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties – การรีเมคที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจยิ่งขึ้น
ทั้งหมด

รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties – การรีเมคที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจยิ่งขึ้น

February 10, 2026
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In