พวกเราเพิ่งได้รับโอกาสพิเศษในการพูดคุยกับทีมสร้างสรรค์เบื้องหลัง Den of Wolves เกมแนว FPS co-op ธีมไซไฟปล้นแห่งอนาคตที่กำลังพัฒนาโดย 10 Chambers ในการสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับคุณ Ulf Andersson (Game Director), คุณ Simon Viklund (Audio Director และ Composer) และคุณ Robin Björkell (Communications & Partnerships Director) เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนา กลไกเกมเพลย์ และวิสัยทัศน์เบื้องหลังโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานนี้
ทีมที่เคยสร้าง GTFO เกมยิงแนว co-op สุดโหดมาแล้ว กำลังนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในโลกอนาคตดิสโทเปียที่ AI เปลี่ยนแปลงสังคมไปอย่างสิ้นเชิง และอาชญากรรมข้อมูลกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วรายละเอียดที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง? ไปดู บทสัมภาษณ์พิเศษ Den of Wolves กันเลย
กลยุทธ์การเปิดตัวที่รอบคอบเพื่อให้เกมสมบูรณ์ที่สุด
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายและแพลตฟอร์ม คุณ Andersson อธิบายว่าพวกเขาใช้แนวทางที่ระมัดระวังมาก “เราไม่อยากให้คำสัญญาที่ไม่แน่นอน เพราะเราเองก็เป็นเกมเมอร์และเคยเห็นหลายเกมที่ประกาศวันวางจำหน่ายแล้วสุดท้ายก็เลื่อนออกไป เราอยากโฟกัสที่กำหนดการภายในก่อน และจะไม่พูดอะไรกับสาธารณะจนกว่าจะมั่นใจจริง ๆ”
พวกเขาชอบโมเดล Early Access แบบเดียวกับที่ใช้ใน GTFO “เราอยากปล่อยเกมแบบ soft release เพื่อดูว่าชุมชนผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่เราตั้งใจไว้หรือไม่ จากนั้นเราก็จะปรับเปลี่ยนจนกว่าจะเจอจุดที่ลงตัว วิธีนี้ได้ผลดีมากในตอนที่เราทำ GTFO”
คุณ Viklund เสริมว่า “การทำเกมให้ถึงจุดที่ต้อง Gold Master มันเครียดมากนะ มันแบบ… PTSD ชัด ๆ เลย!”

โมเดลการทำเงิน: ขายคอนเทนต์คุณภาพ ไม่ใช่ Pay-to-Win
ต่างจาก GTFO ที่เป็นเกมซื้อครั้งเดียวจบ Den of Wolves จะใช้โมเดล DLC และ microtransactions มาผสมแต่สำหรับของตกแต่งเท่านั้น “ตอนนี้ทีมของเรามี 120 คนแล้ว ซึ่งต่างจากตอนทำ GTFO ที่มีแค่ 10 คน ทำให้ต้นทุนดำเนินการสูงขึ้นมาก แต่เรารับประกันได้เลยว่าจะไม่มี pay-to-win แน่นอน มีแค่ DLC ที่เป็นคอนเทนต์คุณภาพ และไอเทมตกแต่งเพื่อช่วยครอบคลุมค่าเซิร์ฟเวอร์” คุณ Andersson อธิบาย
พวกเขายังรับประกันว่าราคาจะเป็นธรรม โดยกล่าวว่า “พวกเราเองก็เป็นเกมเมอร์เหมือนกัน เราเข้าใจว่าราคาแบบไหนที่เหมาะสม จริง ๆ แล้ว เรามักจะตั้งราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ และ DLC ที่เราขายก็จะมีเนื้อหาที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่สกินสวย ๆ เท่านั้น”

กระบวนการพัฒนา: แนวคิด 10 ปี การผลิต 3 ปี
ดูเหมือนว่าเกมนี้จะอยู่ในหัวของคุณ Andersson มานานกว่าสิบปี! คุณ Robin อธิบายว่า “แนวคิดของ Den of Wolves เริ่มขึ้นในปี 2021 แต่ในหัวของคุณ Ulf มันอยู่มานานกว่านั้นเป็นสิบปีแล้ว ถ้านับเฉพาะกระบวนการผลิตก็ประมาณ 3 ปีหรือมากกว่านั้น”
ปัญหาคือ พวกเขาเลิกโฟกัสจาก GTFO ได้ยากมาก “เราต้องแยกทีมออกมาเพราะเรายังต้องดูแล GTFO อยู่ มันยากจริง ๆ ที่จะก้าวต่อไป เพราะมันเหมือนเป็นลูกของเราเอง” คุณ Andersson กล่าวติดตลก

โลกของเกม: ไซไฟที่ยังคงต่อติดกับความจริง
แม้ว่าเกมจะตั้งอยู่ในปี 2097 แต่ทีมพัฒนาก็พยายามให้โลกในเกมยังคงมีความคุ้นเคย “เราคัดเลือกองค์ประกอบไซไฟอย่างระมัดระวัง ตัวอย่างเช่น ประตูในเกมยังคงเป็นประตูแบบปกติ ไม่ใช่ประตูพาร์ติเคิล แต่ถ้ามีกลไกที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีล้ำยุค อย่างเช่นโล่พลังงาน เราก็ใส่เข้าไป” คุณ Andersson อธิบาย
คุณ Viklund เสริมว่า “องค์ประกอบไซไฟในเกมนี้ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความเท่ แต่ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชันจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ แกดเจ็ต หรือโครงสร้างสถาปัตยกรรม”

ระบบ Loot: ปรับเปลี่ยนได้และพัฒนาไปตามการเล่น
สิ่งที่แตกต่างจากเกมอื่นคือ loot ในเกมนี้ไม่ได้ให้ผู้เล่นรับอาวุธโดยตรง “คุณต้องขโมยของ นำไปขายให้พ่อค้าตลาดมืด แล้วจะได้รับรางวัลเมื่อสะสมทรัพยากรครบ ระบบนี้มีความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้ทั้งในภารกิจสั้นและยาว” คุณ Andersson อธิบาย
ภารกิจที่ยากขึ้นจะให้ทรัพยากรมากขึ้น เพราะพวกเขาออกแบบระบบมาให้รางวัลสอดคล้องกับความพยายามของผู้เล่น

ระบบคลาสและระดับความยากที่ท้าทาย
“เหมือนกับ GTFO เกมนี้ไม่มีคลาสตายตัว คุณสามารถสร้าง ‘คลาส’ ของตัวเองได้โดยการเลือกอาวุธและเครื่องมือที่เหมาะกับสไตล์การเล่นหรือภารกิจที่ต้องการ” คุณ Viklund กล่าว
ระดับความยากยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ 10 Chambers “มันยังท้าทายอยู่ แต่จะไม่โหดเท่า GTFO เราได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของเกมยากอย่าง Elden Ring ความสนุกของโหมด co-op คือความท้าทาย” คุณ Andersson กล่าวเสริม

ระบบ Dive: การเข้าไปในจิตใจของตัวละครอื่น
นี่คือฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดในเกม – ความสามารถในการเข้าไปในจิตใจของตัวละครอื่น “มันสามารถนำมาใช้ในปริศนา การต่อสู้ หรือแม้กระทั่งฉากสยองขวัญ ที่สำคัญคือมันต้องให้ความรู้สึกแตกต่างจากสถานการณ์ก่อนหน้า และยังสามารถทำให้เกิด ‘การดำน้ำซ้อนกัน’ ที่ผู้เล่นต้องไล่ย้อนกลับไปหลายชั้น” คุณ Andersson อธิบายด้วยความตื่นเต้น
คุณ Viklund กล่าวเสริมว่า ระบบ Dive นี้ให้อิสระในการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด “มันเปิดโอกาสให้เราสร้างฉากอะไรก็ได้ที่อยู่นอกเมืองหลัก มันอาจจะเป็นฝันร้าย โลกแปลกประหลาด หรืออะไรก็ได้เลย!”

สรุป บทสัมภาษณ์พิเศษ Den of Wolves : โปรเจกต์ที่ทำด้วยใจรัก
เมื่อถูกถามว่าผู้เล่นควรรู้อะไรเกี่ยวกับ Den of Wolves ทีมพัฒนาได้ฝากข้อความสุดท้ายไว้
คุณ Viklund กระตุ้นให้แฟนเกมแนว FPS ติดตามโปรเจกต์นี้ “ผมขอบอกเลยว่า ถ้าคุณชอบเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยเฉพาะแนว co-op คุณต้องจับตาดู Den of Wolves ให้ดี เพราะนี่เป็นโปรเจกต์ที่เจ๋งมาก ๆ”
คุณ Andersson สรุปปรัชญาของพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา “เกมนี้สร้างโดยคนที่รัก FPS และเกม co-op เรากำลังทำเกมที่พวกเราอยากเล่นเอง… ก็หวังว่าคนอื่นจะอยากเล่นมันเหมือนกัน”
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามพัฒนาการของเกม คุณ Björkell แนะนำว่า “มีเกมมากมายให้เลือกเล่น ดังนั้นเพิ่ม Den of Wolves เข้าไปใน wishlist ของคุณไว้เลย จะได้ไม่พลาดการอัปเดต”
คุณ Andersson ยังกล่าวเสริมว่าหากคุณเป็นแฟนหนังไซไฟยุค 90 เกมนี้จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ “ถ้าคุณชอบหนังไซไฟระทึกขวัญยุค 90… นี่แหละคือเกมที่ใช่สำหรับคุณ” คุณ Simon และคุณ Robin ยังกล่าวถึงอิทธิพลจากเรื่อง Ghost in the Shell, The Matrix และ Blade Runner อีกด้วย

และนี่คือทั้งหมดของ บทสัมภาษณ์พิเศษ Den of Wolves กับเหล่าทีมงาน 10 Chambers ต้องขอขอบคุณทีมงานทั้งหมดที่สละเวลามาตอบคำถามสุด exclusive ให้เรา สำหรับใครที่สนใจในตัวเกมสามรถเข้าไปกด wishlist ได้แล้วใน Steam
อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
Discussion about this post