ทีมของเราเพิ่งมีโอกาสได้ลองเล่น DOOM: The Dark Ages เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นภาคพรีเควลที่หลายคนรอคอยของ DOOM (2016) ในการทดลองเล่นครั้งนี้ เราได้สัมผัสกับ 4 ด่านที่เผยให้เห็นระบบหลักของเกม รวมถึงการต่อสู้กับ Atlan (หุ่นยนต์ยักษ์) และฉากต่อสู้บนหลังมังกร
นี่คือเกมลำดับที่แปดในแฟรนไชส์ DOOM และเป็นภาคที่สามในซีรีส์ยุคใหม่ โดย The Dark Ages จะพาผู้เล่นย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเรื่องราว Doom Slayer ไปอ่านสิ่งที่เราสัมผัสมาได้ใน พรีวิว DOOM: The Dark Ages นี้
พัฒนาการของระบบการต่อสู้
DOOM: The Dark Ages ยังคงเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ด้วยรูปแบบการต่อสู้ที่รวดเร็วและโหดดิบ แต่มีการเพิ่มกลไกใหม่ๆ ที่เปลี่ยนวิธีที่ผู้เล่นเผชิญหน้ากับปีศาจ หนึ่งในนวัตกรรมหลักคือ ระบบโล่ ซึ่งมีบทบาททั้งในการต่อสู้และการสำรวจ

ระบบป้องกันและโจมตีด้วยโล่
ในการต่อสู้ การบล็อกและหลบหลีกในจังหวะที่สมบูรณ์แบบให้ความรู้สึกที่น่าพึงพอใจ นอกจากใช้ป้องกันแล้ว โล่ยังสามารถใช้โจมตีได้โดยการขว้างใส่ศัตรู เพิ่มทางเลือกเชิงกลยุทธ์ให้กับการเล่น
หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ ระบบ “เผาเกราะ” ของศัตรู เมื่อโจมตี ศัตรูที่มีเกราะจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำลายได้ด้วยการขว้างโล่ คล้ายกับสไตล์ของ Captain America ระบบนี้ช่วยเพิ่มจังหวะที่น่าสนใจให้กับการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม การขว้างโล่จะทำให้ผู้เล่นไม่มีเกราะป้องกันชั่วคราว จึงต้องมีการใช้กลยุทธ์ในการตัดสินใจ หากขว้างใส่ศัตรูตัวใหญ่ โล่จะปักค้างและสร้างความเสียหายต่อเนื่อง พร้อมทำให้ศัตรูอ่อนแอลง
นอกจากนี้ โล่ยังสามารถใช้โจมตีด้วยท่าพุ่งชน “Shield Bash” ที่ผู้เล่นจะพุ่งตัวไปข้างหน้าและกระแทกศัตรู ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อความเร็วและจังหวะการเล่นของเกม

อาวุธที่หลากหลายและการต่อสู้ที่ท้าทาย
The Dark Ages ยังคงยึดแนวทางของซีรีส์ DOOM ที่เต็มไปด้วยอาวุธมากมาย ตั้งแต่ ลูกซอง ปืนพลาสมา ไปจนถึงอาวุธระยะประชิดอย่างลูกตุ้มเหล็กและสนับมือ
ในช่วงที่ได้ทดลองเล่น เราได้ลองใช้อาวุธกว่า 10 ชนิด รวมถึงลูกซอง 2 แบบ ปืนพลาสมา 2 แบบ และอาวุธพิเศษอื่นๆ แต่ละประเภทมีอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน ที่มีฟีเจอร์แตกต่างกัน
ระบบอัปเกรดอาวุธยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกอัปเกรดที่ ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ในแต่ละระดับ ทำให้ทุกการตัดสินใจมีผลต่อสไตล์การเล่นอย่างแท้จริง
ศัตรูบางตัวมอบความท้าทายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “Leader Enemies” (ศัตรูระดับหัวหน้า) ซึ่งมี “Morale Shield” ที่ไม่สามารถทำลายได้โดยตรง ผู้เล่นต้องกำจัดลูกสมุนจำนวนหนึ่งก่อนจึงจะสามารถโจมตีศัตรูหลักได้

การสำรวจ ไขปริศนา และการใช้ยานพาหนะ
นอกจากการต่อสู้แล้ว The Dark Ages ยังมีองค์ประกอบของการไขปริศนาและการสำรวจ ตัวอย่างเช่น การใช้โล่เพื่อขว้างไปเปิดสวิตช์ หรือใช้โล่ในการกระโดดไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
เกมยังส่งเสริมให้ผู้เล่นออกสำรวจ ด้วย ไอเท็มลับและความลับมากมาย ที่ซ่อนอยู่ ทำให้คนที่ชื่นชอบการค้นหาสิ่งพิเศษได้รับรางวัลจากความพยายามของพวกเขา

ขี่ Atlan และต่อสู้บนหลังมังกร
หนึ่งในช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการเล่นคือ ฉากใช้ยานพาหนะ ซึ่งเราได้ลองขี่ทั้ง Atlan (หุ่นยนต์ยักษ์) และ มังกร
- Atlan Mecha: การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ยักษ์ให้ความรู้สึกสุดเร้าใจ Atlan สามารถออกหมัดหนักและพุ่งชนศัตรูได้ แม้ว่าจะไม่มีโล่ป้องกัน แต่สามารถใช้การโจมตีที่รุนแรงเพื่อทำลายศัตรูได้อย่างรวดเร็ว
- Dragon Combat: การต่อสู้บนหลังมังกรดูน่าตื่นตา แต่การควบคุมให้ความรู้สึกไม่คล่องตัวเท่ากับ Atlan สิ่งสำคัญคือต้องหลบให้แม่นยำ เพราะถ้าพลาดไป การโจมตีจะสร้างความเสียหายได้น้อยมาก หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ สามารถลงจอดบนเรือปีศาจ ต่อสู้กับศัตรูภายใน แล้วกลับขึ้นมาบินต่อ

สรุป พรีวิว DOOM: The Dark Ages
หลังจากได้ลองเล่น DOOM: The Dark Ages เป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง เราคิดว่าเกมนี้มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ กำหนดวางจำหน่ายวันที่ 13 พฤษภาคม บน PlayStation 5, Xbox Series X/S และ PC โดยเกมนี้ได้นำความโหดมันส์ในสไตล์ DOOM มาผสมผสานกับระบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
ฟีเจอร์ ปรับระดับความยาก ยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้ เช่น ความเร็วของกระสุนศัตรู, ความเดือดของ AI และหน้าต่างการปัดป้อง (parry window) ซึ่งช่วยให้เกมยังคงท้าทายสำหรับผู้เล่นเก่า แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

โดยรวมแล้ว DOOM: The Dark Ages ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การล่าปีศาจที่มันส์สะใจ หาก id Software สามารถรักษาคุณภาพนี้ไว้ได้ในเวอร์ชันเต็ม แฟนๆ DOOM จะมีเหตุผลมากมายให้ตั้งตารอการผจญภัยในยุคกลางของ Doom Slayer อย่างแน่นอน
อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
Discussion about this post