Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

[TGS 2025] คุยหลังเล่น เดโม Neverness to Everness (NTE) – การสำรวจ ขับรถ และต่อสู้ที่ดึงดูด

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
3 months ago
in ทั้งหมด, รีวิว, รีวิวเกม
Reading Time: 2 mins read
0 0
[TGS 2025] คุยหลังเล่น เดโม Neverness to Everness (NTE) – การสำรวจ ขับรถ และต่อสู้ที่ดึงดูด
Share on FacebookShare on Twitter

ที่งาน Tokyo Game Show 2025 เราได้มีโอกาสใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการทดลองเล่น เดโม Neverness to Everness (NTE) จากการได้สัมผัสครั้งแรก ความประทับใจในทันทีคือวิธีที่เกมเน้นย้ำถึงอิสรภาพในการสำรวจโลกอันกว้างใหญ่ของมันอย่างแท้จริง ไม่มีความกดดันที่จะต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนด ผู้เล่นมีอิสระที่จะเลือกกิจกรรมที่พวกเขาต้องการจะทำแทน

คุณสามารถสำรวจเมือง ขับขี่ยานพาหนะ ทำเควสเนื้อเรื่อง และแม้กระทั่งท้าทายบอสใหญ่ ทั้งหมดนี้เปิดให้เล่นตั้งแต่ต้น มันให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเข้าสู่โลกที่ไม่ต้องการจำกัดผู้เล่น แต่กลับอนุญาตให้พวกเขาสำรวจได้ตามจังหวะของตัวเอง รายละเอียดเป็นอย่างไร? เรามาอ่านต่อกันเลย

Related Posts

Yu-Gi-Oh! Duel Links ฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมของรางวัลแจกเพียบ

พรีวิว เดโม MY HERO ACADEMIA: All’s Justice – Arena Fighting ที่เน้นการประสานงานเป็นทีม

สำรวจโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน

ส่วนของการสำรวจเป็นหนึ่งในไฮไลท์หลัก โลกใน NTE ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการผสมผสานระหว่างโลกเปิด (open world) สมัยใหม่กับสุนทรียศาสตร์แบบอนิเมะที่มีสีสัน ผู้เล่นสามารถกระโดดข้ามหลังคา, ปีนตึก หรือเพียงแค่ขับรถเล่นไปรอบๆ ระบบการขับขี่อาจจะไม่ได้เป็นการปฏิวัติทางเทคนิค แต่ก็ผสมผสานเข้ากับภาพอนิเมะที่มีสไตล์ได้อย่างลงตัว แม้แต่การขับรถเล่นไปตามถนนก็ยังให้ความรู้สึกที่เพลิดเพลินเนื่องจากบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

นอกเหนือจากการขับรถแล้ว การสำรวจยังเปิดโอกาสอีกมากมาย ผู้เล่นสามารถเทเลพอร์ตไปยังตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ได้โดยตรง, ค้นพบเควสรอง, รวบรวมวัตถุดิบ หรือแม้กระทั่งเผชิญหน้ากับบอสลับที่ปรากฏตัวขึ้นตามจุดสุ่ม นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า Anomagram ซึ่งเป็นแผนที่พิเศษสำหรับค้นหาความลับต่างๆ เช่น บอสที่ซ่อนอยู่หรือด่านลึกลับ ในเดโม มีโซนที่สามารถเข้าถึงได้สองโซน และทั้งสองโซนก็ให้ความรู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของโลกและความลับที่รอการค้นพบ

ตัวละครและระบบปาร์ตี้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ NTE แตกต่างคือระบบปาร์ตี้สี่ตัวละคร ซึ่งสามารถสลับได้ตามความต้องการ ในเดโม มีตัวละครให้ลองเล่นประมาณสิบสองตัว แต่ละตัวมีบทบาทที่แตกต่างกัน เช่น DPS, Burst damage, Shield หรือ support ซึ่งสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูได้ แม้ว่าระบบกาชา ที่แท้จริงจะยังไม่เปิดให้ใช้ในเซสชัน hands-on นี้ แต่ความหลากหลายของตัวละครก็เพียงพอที่จะให้ความรู้สึกถึงความลึกของเกมเพลย์

ตัวละครแต่ละตัวไม่เพียงแต่มีเอกลักษณ์ทางภาพเท่านั้น แต่ยังมีสไตล์การต่อสู้และความเชี่ยวชาญเป็นของตัวเอง การสลับตัวละครกลางการต่อสู้ให้ความรู้สึกที่ราบรื่นและทำให้การต่อสู้มีไดนามิกมากขึ้น การผสมผสานระหว่างสกิล ท่าไม้ตาย และบทบาทของทีมเปิดโอกาสให้เกิดกลยุทธ์มากมาย ทำให้การเผชิญหน้าแต่ละครั้งสามารถจัดการได้แตกต่างกัน

การต่อสู้ที่รวดเร็วและมีสไตล์

การต่อสู้ใน NTE ให้ความรู้สึกที่รวดเร็ว, เข้มข้น และมีสไตล์ ตัวละครแต่ละตัวมีการโจมตีปกติ, สกิลพิเศษ และท่าไม้ตายที่สามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างคอมโบที่ไร้รอยต่อได้ องค์ประกอบของการหลบหลีกก็เป็นกุญแจสำคัญเช่นกัน เนื่องจากการหลบที่ถูกจังหวะสามารถเปิดโอกาสให้โต้กลับหรือแม้กระทั่งปลดล็อกสกิลใหม่ได้ ระบบนี้ทำให้การต่อสู้ให้ความรู้สึกที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลาและต้องการปฏิกิริยาที่เฉียบคม

ในเดโม หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดคือการต่อสู้กับบอสชื่อ Bopp ในตอนแรก Bopp ปรากฏตัวเป็นร่างคล้ายภาพวาดแปลกๆ บนกำแพง โจมตีในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ภายในผืนผ้าใบ เมื่อพลังชีวิตของเขาลดลง เขาจะโผล่ออกมาจากกำแพงและแปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปรอบๆ สังเวียนอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังโต้คลื่นอย่างบ้าคลั่ง

การต่อสู้ครั้งนี้บังคับให้ผู้เล่นต้องเชี่ยวชาญการหลบหลีก, อ่านรูปแบบการโจมตี และใช้ความสามารถของตัวละครอย่างชาญฉลาด มันให้ความรู้สึกที่วุ่นวาย แต่ก็น่าพึงพอใจอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อคุณเอาชนะเขาได้ในที่สุด

ความประทับใจ

แม้ว่าจะเล่นไปเพียงหนึ่งชั่วโมง แต่ Neverness to Everness ก็ได้ทิ้งความประทับใจที่แข็งแกร่งไว้ อิสรภาพในการสำรวจ, การออกแบบโลกที่มีสไตล์ และระบบการต่อสู้ที่รวดเร็วและมีสไตล์ทำให้มันแตกต่างจากเกมกาชาโลกเปิดอื่นๆ ส่วนใหญ่ ความหลากหลายของตัวละครและฟีเจอร์ปาร์ตี้สี่คนให้ความลึกเชิงกลยุทธ์ ในขณะที่รายละเอียดอย่าง Anomagrams ก็เพิ่มความรู้สึกเร่งด่วนให้อยากสำรวจต่อไป

แน่นอนว่ายังมีอีกมากที่ต้องรอดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าระบบกาชา, ความก้าวหน้าระยะยาว และเนื้อหาช่วงท้ายเกมจะถูกจัดโครงสร้างไว้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างประสบการณ์ hands-on ที่ TGS 2025 NTE ประสบความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่ามันมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างมาก นี่ไม่ใช่แค่เกมโลกเปิดอีกเกมที่มีภาพแบบอนิเมะ แต่เป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกสดใหม่, เต็มไปด้วยอิสรภาพ และมีศักยภาพที่จะเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ครั้งต่อไปในแนวเกมนี้

Neverness to Everness (NTE) ยังไม่มีประกาศวันเปิดให้เล่น แต่มีแผนเปิดให้บริการสำหรับ Android, iOS, PS5 และ PC สามารถเยี่ยมชมเว็บไซตทางการได้ ที่นี่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม


อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Tags: Neverness to EvernessReviewTGS2025
ShareTweetPin
Previous Post

[TGS 2025] บทสัมภาษณ์พิเศษ Borderlands 4 กับ Randy Pitchford – การดึงดูดผู้เล่นใหม่ และอนาคตสำหรับตัวเกม

Next Post

[TGS 2025] บทสัมภาษณ์พิเศษ Nioh 3 กับ Fumihiko Yasuda – หนทางใหม่และอนาคตของแฟรนไชส์

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

Yu-Gi-Oh! Duel Links ฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมของรางวัลแจกเพียบ
ข่าว

Yu-Gi-Oh! Duel Links ฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมของรางวัลแจกเพียบ

January 13, 2026
พรีวิว เดโม MY HERO ACADEMIA: All’s Justice – Arena Fighting ที่เน้นการประสานงานเป็นทีม
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม MY HERO ACADEMIA: All’s Justice – Arena Fighting ที่เน้นการประสานงานเป็นทีม

January 13, 2026
LEGO Batman: Legacy of the Dark Knight วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026 พร้อม Batmobile จาก Animated Series
ข่าว

LEGO Batman: Legacy of the Dark Knight วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026 พร้อม Batmobile จาก Animated Series

January 8, 2026
Next Post
[TGS 2025] บทสัมภาษณ์พิเศษ Nioh 3 กับ Fumihiko Yasuda – หนทางใหม่และอนาคตของแฟรนไชส์

[TGS 2025] บทสัมภาษณ์พิเศษ Nioh 3 กับ Fumihiko Yasuda – หนทางใหม่และอนาคตของแฟรนไชส์

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

พรีวิว CODE VEIN II – การอยู่กับจุดเด่นที่คุ้นเคย และพัฒนาสิ่งใหม่เพิ่มเติม
ทั้งหมด

พรีวิว CODE VEIN II – การอยู่กับจุดเด่นที่คุ้นเคย และพัฒนาสิ่งใหม่เพิ่มเติม

January 6, 2026
รีวิว Octopath Traveler 0 – ความอิสระในการผจญภัยทุกย่างก้าว
ทั้งหมด

รีวิว Octopath Traveler 0 – ความอิสระในการผจญภัยทุกย่างก้าว

December 4, 2025
รีวิว Two Point Museum: Zooseum – DLC ที่เปลี่ยนการเล่นเหมือนได้เกมใหม่
ทั้งหมด

รีวิว Two Point Museum: Zooseum – DLC ที่เปลี่ยนการเล่นเหมือนได้เกมใหม่

December 1, 2025
พรีวิว เดโม Dragon Quest VII Reimagined – การรีเมคที่สมบูรณ์แบบ
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม Dragon Quest VII Reimagined – การรีเมคที่สมบูรณ์แบบ

November 20, 2025
รีวิว Pokémon Legends: Z-A – ก้าวใหม่ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ยังคงสนุกสนานเช่นเคย
Nintendo Switch

รีวิว Pokémon Legends: Z-A – ก้าวใหม่ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ยังคงสนุกสนานเช่นเคย

November 4, 2025
รีวิว Football Manager 2026 – การยกเครื่องเกมใหม่ แต่ยังมีหลายจุดต้องปรับปรุง
ทั้งหมด

รีวิว Football Manager 2026 – การยกเครื่องเกมใหม่ แต่ยังมีหลายจุดต้องปรับปรุง

October 31, 2025
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In