The Seven Deadly Sins: Origin เป็นหนึ่งในเกมอนิเมะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว Netmarble กำลังนำแฟรนไชส์ยอดฮิตนี้ไปสู่ทิศทางที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้นด้วยรูปแบบ Action RPG ที่นำเสนอการสำรวจสเกลขนาดใหญ่ มากกว่าจะเป็นแค่การดัดแปลงแบบเดิมๆ Origin มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเกมนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่ความโหยหาอดีตจากอนิเมะหรือมังงะเพียงอย่างเดียว แทนที่จะนำเรื่องราวเก่ามาเล่าใหม่ The Seven Deadly Sins: Origin นำเสนอเนื้อเรื่องออริจินัลที่โฟกัสไปที่ Tristan ลูกชายของ Meliodas และ Elizabeth
ด้วยคอนเซปต์พหุจักรวาล (multiverse) ที่รวบรวมไทม์ไลน์และตัวละครจากยุคต่างๆ เข้าด้วยกัน เกมนี้มุ่งหวังที่จะนำเสนอการผจญภัยที่สดใหม่สำหรับทั้งแฟนหน้าเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่ แต่มันจะน่าตื่นเต้นขนาดนั้นจริงหรือ? เราได้มีโอกาสทดลองเล่นก่อนบน PC มาดูกันเลย!

เนื้อเรื่อง
หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดใจทันทีเกี่ยวกับ The Seven Deadly Sins: Origin คือการที่เกมไม่ได้แค่เล่าเรื่องจากอนิเมะซ้ำอีกรอบ แทนที่จะพาผู้เล่นกลับไปสู่โครงเรื่องที่คุ้นเคย เกมกลับนำเสนอเรื่องราวออริจินัลทั้งหมด เนื้อเรื่องขยายจักรวาลของซีรีส์ด้วยคอนเซปต์พหุจักรวาล ที่ซึ่งไทม์ไลน์และมิติต่างๆ เริ่มมาปะทะกัน
ตัวละครหลักในครั้งนี้คือ Tristan ลูกชายของ Meliodas และ Elizabeth เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Tristan เผลอไปเปิดใช้งานอาร์ติแฟกต์ลึกลับที่เรียกว่า Book of Stars (คัมภีร์แห่งดวงดาว) โดยไม่ได้ตั้งใจ เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดการบิดเบือนของพื้นที่และเวลาครั้งใหญ่ ทำให้ไทม์ไลน์และมิติหลายแห่งทับซ้อนกัน ผลกระทบรู้สึกได้ทันทีทั่วโลกเมื่อตัวละครจากยุคต่างๆ เริ่มปรากฏตัวขึ้น ตั้งแต่วีรบุรุษในอดีตไปจนถึงตัวละครที่คุ้นเคยในเวอร์ชันอนาคต รวมถึงศัตรูหน้าใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
โครงสร้างเรื่องราวนี้เปิดโอกาสให้เกมได้สำรวจไอเดียที่เป็นไปไม่ได้ในซีรีส์ต้นฉบับ บุคคลในตำนานสามารถกลับมาปรากฏตัวในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ในขณะที่คอนเซปต์ของไทม์ไลน์ทางเลือกก็เข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการครอสโอเวอร์ครั้งใหญ่ภายในจักรวาลของแฟรนไชส์ มากกว่าจะเป็นแค่ภาคต่อของอนิเมะ

สมมติฐานนี้ยังเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักของซีรีส์ด้วย ในเรื่องราวต้นฉบับ กลุ่มอัศวินเจ็ดบาป (Seven Deadly Sins) เป็นมากกว่าแค่กลุ่มอาชญากร พวกเขาถูกก่อตั้งขึ้นอย่างลับๆ โดย Meliodas และ Merlin หลังจากที่กษัตริย์ Bartra แห่ง Liones ทรงเห็นคำทำนายว่ามีเพียงผู้ถูกเนรเทศทั้งเจ็ดคนนี้เท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งบัญญัติ 10 ประการ (Ten Commandments) ได้หากเผ่าปีศาจหวนกลับมา
ภูมิหลังนี้ยังคงเป็นรากฐานสำคัญใน Origin เพื่อเตือนให้เราจำได้ว่ากลุ่มนี้ถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นให้เป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายของโลก สิ่งที่น่าสนใจคือคอนเซปต์ของ “อัศวินเจ็ดบาป” เองก็มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่มาก โดยปรากฏขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 เมื่อนักเทววิทยาได้จัดทำบัญชีรายชื่อบาปทางศีลธรรมที่ร้ายแรงของมนุษยชาติขึ้นเป็นครั้งแรก แม้ว่าเกมจะตั้งอยู่ในดินแดนแห่งแฟนตาซีและเวทมนตร์ทั้งหมด แต่ชื่อนี้ก็ยังคงรักษาความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ยืนยงมานานหลายศตวรรษ

การสำรวจ
การสำรวจเป็นหนึ่งในแง่มุมที่สนุกที่สุดของ The Seven Deadly Sins: Origin Netmarble ประสบความสำเร็จในการสร้างสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์จากอนิเมะและมังงะขึ้นมาใหม่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาก ช่วยให้ผู้เล่นสามารถกลับไปเยือนสถานที่คุ้นเคยอย่าง Kingdom of Liones และ Fairy King’s Forest ในโลกโอเพ่นเวิลด์ที่สำรวจได้อย่างอิสระ

การเคลื่อนไหวในโลกของเกมก็ให้ความรู้สึกยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้เล่นไม่เพียงแต่เดินได้เท่านั้น แต่ยังสามารถปีนหน้าผา ขี่สัตว์พาหนะ ร่อนเพื่อเดินทางในระยะไกล และแม้แต่ล่องเรือเพื่อไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปได้ ตัวละครบางตัวยังมีความสามารถในการเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งสามารถช่วยในการสำรวจในบางสถานการณ์ได้ การผสมผสานของกลไกเหล่านี้ทำให้การเดินทางรู้สึกน่าตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เป็นหนทางไปสู่เป้าหมายต่อไปเท่านั้น

โลกของเกมยังให้ความรู้สึกหนาแน่นและมีชีวิตชีวา แทนที่จะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยพืชพรรณ ต้นไม้ และวัสดุต่างๆ ให้เก็บสะสม ในระหว่างการสำรวจ ผู้เล่นสามารถใช้ประโยชน์จากกลไกทางสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น กระแสลมที่สามารถเพิ่มความเร็วในการร่อน หรือเส้นทางกิ่งไม้ที่ช่วยให้เดินทางได้เร็วขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นมักจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เนื่องจากโลกของเกมมักจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่กล้าออกไปสำรวจให้ไกลขึ้นเสมอ

แม้แต่พื้นที่ใต้น้ำก็สามารถสำรวจได้ผ่านกลไกการดำน้ำ ผู้เล่นสามารถค้นหาไอเท็มที่ซ่อนอยู่และหีบสมบัติต่างๆ บนพื้นทะเล นอกจากการสำรวจแล้ว เกมยังมีกิจกรรมเสริมต่างๆ อีกมากมาย เช่น มินิเกมไขปริศนาและการตกปลา ที่ให้การพักผ่อนหย่อนใจระหว่างการทำเควสต์หลัก ระบบ Knighthood ยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถก่อตั้งกิลด์และโต้ตอบกับผู้เล่นคนอื่นได้ โครงสร้างนี้ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเกม MMO เล็กน้อย ได้เพิ่มองค์ประกอบทางสังคมที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมสมจริงและน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น

ระบบการต่อสู้
ระบบการต่อสู้ใน The Seven Deadly Sins: Origin มีศูนย์กลางอยู่ที่ระบบปาร์ตี้ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถควบคุมตัวละครสี่ตัวพร้อมกัน และสลับไปมาระหว่างตัวละครเหล่านั้นได้อย่างอิสระในระหว่างการต่อสู้ กลไกนี้สร้างจังหวะการต่อสู้ที่รวดเร็ว เนื่องจากรูปแบบการโจมตี สกิล และการสลับตัวละครเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในองค์ประกอบหลักของระบบนี้คือการออกแบบการต่อสู้แบบเชื่อมโยง (link-up) ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นสลับตัวละครอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการโจมตีที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ทุกแอ็กชัน เช่น การโจมตีปกติ สกิล หรือความสามารถ จะชาร์จเกจ Tag เมื่อเกจเต็ม ผู้เล่นสามารถสลับตัวละครเพื่อกระตุ้นสกิล Tag ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาลและเพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าไม้ตาย Ultimate ของพวกเขา
กลไกนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เล่นโฟกัสไปที่ตัวละครเพียงตัวเดียวในระหว่างการต่อสู้ ในทางกลับกัน การสลับตัวละครอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญในการโจมตีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบการต่อสู้ที่ให้ความรู้สึกทั้งเป็นไดนามิกและมีชั้นเชิงทางยุทธวิธี

ความซับซ้อนอีกระดับมาจากระบบธาตุ ตัวละครสามารถใช้ธาตุต่างๆ ได้ขึ้นอยู่กับอาวุธที่พวกเขาใช้ แต่ละธาตุจะมีเกจ Burst ของตัวเอง ซึ่งเมื่อชาร์จเต็ม จะกระตุ้นเอฟเฟกต์ธาตุที่ทรงพลัง ธาตุบางชนิดส่งผลโดยตรงต่อศัตรู ในขณะที่ธาตุอื่นๆ จะโต้ตอบกับค่าสถานะของธาตุอื่น ทำให้ผู้เล่นสามารถผสมผสานเอฟเฟกต์ได้อย่างมีกลยุทธ์ ศัตรูและบอสหลายตัวยังมีจุดอ่อนทางธาตุ กระตุ้นให้ผู้เล่นทดลองผสมผสานตัวละครและอาวุธที่แตกต่างกัน
การต่อสู้กับบอสยังมีกลไกจุดอ่อน (Weak Point) โดยที่ชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนจะกลายเป็นจุดอ่อนที่รับความเสียหายมากขึ้น การโจมตีจุดอ่อนเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่มักจะทำให้ผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายมากขึ้นด้วย สิ่งนี้สร้างไดนามิกความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าสนใจในระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด
การเคลื่อนไหวของตัวละครยังให้ความรู้สึกตอบสนองได้ดีขึ้นด้วการ dash และการ perfect dodge ผู้เล่นไม่เพียงแต่สามารถหลบการโจมตีโดยการถอยห่างออกมาเท่านั้น แต่ยังสามารถทำการหลบหลีกที่แม่นยำเพื่อรักษาจังหวะของการต่อสู้ไว้ได้ด้วย

การปรับแต่งตัวละครยังมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ ฮีโร่แต่ละตัวสามารถใช้อาวุธที่แตกต่างกันได้สูงสุดสามชิ้น และอาวุธแต่ละชิ้นจะเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวละครไปอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น Tristan สามารถใช้ดาบคู่เพื่อการโจมตีที่รวดเร็ว ดาบใหญ่เพื่อการโจมตีที่หนักหน่วง หรือดาบมาตรฐานสำหรับสไตล์การต่อสู้ที่สมดุลยิ่งขึ้น ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ผู้เล่นปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้
หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าพึงพอใจที่สุดในระบบการต่อสู้นี้คือเมื่อผู้เล่นประสบความสำเร็จในการกระตุ้นการโจมตีแบบผสมผสานในขณะที่สลับตัวละครกลางการต่อสู้ ตัวละครบางตัวสามารถปล่อยท่าไม้ตาย Ultimate แบบผสมผสานพร้อมแอนิเมชันที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาล การสลับตัวละครถูกจังหวะยังสามารถกระตุ้นการ parry การโจมตีของศัตรูและตามด้วยการโจมตีสวนกลับ (counterattack) ได้ในทันที
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตัวละครไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเร็วเป็นพิเศษ การสร้างปาร์ตี้เต็มรูปแบบต้องใช้การฟาร์มวัตถุดิบพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้เล่นต้องการรักษาให้ตัวละครทั้งสี่ตัวมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน หากไม่มีโบนัสจากกิจกรรมหรือระบบเร่งความก้าวหน้า การอัปเกรดฮีโร่และการรักษาความสมดุลของบิลด์อาจใช้เวลานานทีเดียว

แฟชันและความก้าวหน้า
นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว The Seven Deadly Sins: Origin ยังมีโหมดการเล่นเกมที่เกิดซ้ำหลายโหมด ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยในความก้าวหน้าของตัวละครและการฟาร์มทรัพยากร กิจกรรมหนึ่งที่ผู้เล่นจะต้องเจอบ่อยๆ คือดันเจี้ยนรายวัน ซึ่งเป็นชุดของความท้าทายประจำวันที่ให้รางวัลเป็นวัตถุดิบอัปเกรดที่จำเป็นและสกุลเงินในเกมอย่างทองคำ
ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นแหล่งทรัพยากรที่ค่อนข้างสม่ำเสมอสำหรับการอัปเกรดตัวละคร อาวุธ และอุปกรณ์ สำหรับผู้เล่นที่มองหาความท้าทายที่มากขึ้น ยังมี Boss Dungeon ซึ่งนำเสนอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามากพร้อมข้อกำหนดด้านความแข็งแกร่งที่สูงกว่า
การต่อสู้ในดันเจี้ยนบอสมักต้องการให้ผู้เล่นเตรียมปาร์ตี้อย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะลองเข้าไปท้าทาย การเอาชนะบอสสามารถให้รางวัลที่มีค่า เช่น สกุลเงินกาชาเป็นโบนัสการเคลียร์ครั้งแรก อุปกรณ์หายากอย่างเซ็ตชุดเกราะ และแม้แต่วัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับการอัปเกรดตัวละครและอาวุธ

ระบบความก้าวหน้าของตัวละครนั้นเป็นไปตามโครงสร้างที่พบได้ทั่วไปในเกม RPG แบบกาชา การเพิ่มระดับความหายากของตัวละครจะช่วยเพิ่มพลังของพวกมันอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ศักยภาพที่แท้จริงของพวกมันจะถูกตระหนักได้ก็ต่อเมื่อมีการรวมระบบความก้าวหน้าต่างๆ เข้าด้วยกัน
อาวุธยังมีระดับความหายากของตัวเอง และการใช้อาวุธที่แตกต่างกันอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพของตัวละครในการต่อสู้ เซ็ตชุดเกราะยังให้โบนัสเพิ่มเติมเมื่อมีการใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นจากเซ็ตเดียวกันร่วมกัน

ความก้าวหน้าอีกระดับมาจากระบบ Mastery ระบบนี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถปรับปรุงคุณลักษณะพื้นฐานของตัวละคร เช่น พลังชีวิต พลังป้องกัน และพลังโจมตี โดยใช้วัตถุดิบที่รวบรวมได้ระหว่างการเล่นเกม การผ่านระดับ Mastery จะให้คะแนน Hero Potential Points ซึ่งสามารถนำมาใช้ปลดล็อกการอัปเกรด Potential ซึ่งเป็นระบบที่ค่อนข้างคล้ายกับกลุ่มดาว ในเกมกาชาบางเกม
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ค่อนข้างเรียกร้องความพยายาม ตัวละครแต่ละตัวสามารถไปถึงระดับ Potential ได้สูงสุดสิบระดับ และค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในระดับที่สูงขึ้น การได้ตัวละครซ้ำผ่านกาชาสามารถเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นได้ แต่การไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดก็ยังคงต้องใช้เวลาลงทุนอย่างมากในระยะยาว

งานภาพและ Performance
ในด้านภาพ The Seven Deadly Sins: Origin ดูน่าประทับใจอย่างไม่น่าเชื่อ เกมประสบความสำเร็จในการจับภาพสไตล์ภาพที่มีสีสันของอนิเมะและถ่ายทอดออกมาเป็นโลกสามมิติที่มีชีวิตชีวา ตัวละครสื่ออารมณ์ได้ดี สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยรายละเอียด และการนำเสนอโดยรวมทำให้โลกของเกมรู้สึกซื่อสัตย์ต่อแหล่งข้อมูลต้นฉบับอย่างมาก
เกมใช้ Unreal Engine 5 ทำให้ได้คุณภาพของภาพที่โดดเด่นจากเกมกาชาแบบ live service อื่นๆ มากมาย ภูมิทัศน์ของโลกเต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีชีวิตชีวา เมืองที่พลุกพล่าน และองค์ประกอบแฟนตาซีต่างๆ ที่ช่วยเสริมบรรยากาศการผจญภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์
คุณภาพของแอนิเมชันก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น การเคลื่อนไหวในการโจมตีรู้สึกราบรื่น เอฟเฟกต์ภาพของความสามารถดูน่าตื่นตาตื่นใจ และการแสดงออกของตัวละครในระหว่างฉากเนื้อเรื่องช่วยเพิ่มบุคลิกให้กับนักแสดงแต่ละคน

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของประสิทธิภาพ optimization ของเกมยังคงให้ความรู้สึกไม่สม่ำเสมอ แม้แต่บนคอมที่ค่อนข้างแรงอย่าง Ryzen 5 3600, Radeon RX 6800 ที่มี VRAM 16GB และ RAM 32GB การรักษาประสิทธิภาพให้สม่ำเสมอก็ทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่
การรันเกมด้วยการตั้งค่า Very High ที่ความละเอียด 1440p ไม่สามารถรักษาอัตราเฟรมเรตให้คงที่ได้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ค่อนข้างเสถียรที่ 60 เฟรมต่อวินาที จำเป็นต้องลดการตั้งค่ากราฟิกลงเหลือ High ที่ความละเอียด 1080p
แม้จะลดการตั้งค่าเหล่านี้ลงแล้ว อาการกระตุก ก็ยังคงเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในบางสถานการณ์ แม้จะมีแอนิเมชันการต่อสู้และเอฟเฟกต์ภาพที่น่าประทับใจ แต่ความไม่สมดุลระหว่างคุณภาพของภาพและประสิทธิภาพนี้ บางครั้งก็อาจรบกวนประสบการณ์การเล่นเกมได้ค่อนข้างมาก
เกมยังขาดเทคโนโลยีอัปสเกล (upscaling) อย่าง FSR ซึ่งอาจช่วยให้ผู้เล่นหลายคนได้รับประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องลดคุณภาพของภาพลงอย่างมาก หวังว่าการอัปเดตในอนาคตจะช่วยแก้ไขปัญหาการปรับแต่งเหล่านี้ เพื่อนำประสิทธิภาพทางเทคนิคของเกมเข้าใกล้ความทะเยอทะยานด้านภาพมากขึ้น

ต้องจ่ายเท่าไหร่
ระบบกาชาใน The Seven Deadly Sins: Origin ใช้โครงสร้างที่ผู้เล่นเกม RPG กาชาสมัยใหม่ค่อนข้างคุ้นเคย มันใช้กลไก 50/50 โดยที่ผู้เล่นมีโอกาสได้รับตัวละครแบบจำกัดเวลาซึ่งเป็นจุดสนใจของตู้แบนเนอร์
หากการพยายามครั้งแรกไม่ได้ตัวละคร ระบบจะการันตีว่าตัวละคร SSR ตัวถัดไปที่ได้รับจะเป็นตัวละครหน้าตู้ แม้ว่าผู้เล่นจะเปลี่ยนตู้แบนเนอร์ก็ตาม กลไกนี้ช่วยลดความคับข้องใจที่มักเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นพลาดการได้ตัวละครหน้าตู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในระบบการันตี เกมการันตีตัวละคร SSR หลังจากการสุ่ม 80 ครั้ง สำเนาแรกของตัวละครแบบจำกัดเวลาจะได้รับการันตีหลังจากสุ่ม 120 ครั้ง ในขณะที่ตัวละครที่ซ้ำกันจะได้รับการันตีหลังจากสุ่ม 160 ครั้งหลังจากที่ผู้เล่นได้รับเวอร์ชันแรก
โครงสร้างนี้ทำให้ระบบกาชารู้สึกคล้ายกับเกมอื่นๆ บางเกมอย่าง Arknights เล็กน้อย แม้ว่าการการันตีข้ามตู้แบนเนอร์หลังจากหลุดเรต 50/50 จะให้ความรู้สึกปลอดภัยเพิ่มขึ้นสำหรับผู้เล่นก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจคือไม่มีระบบตู้กาชาอาวุธแยกต่างหาก กลับกัน อาวุธจะได้รับมาพร้อมกับตัวละครผ่านตู้แบนเนอร์ตัวละครหลัก การตัดสินใจนี้ช่วยให้รูปแบบการสร้างรายได้เรียบง่ายขึ้น เนื่องจากผู้เล่นไม่ต้องสุ่มจากกลุ่มกาชาสองกลุ่มที่แยกกัน
เกมยังมีระบบกาชาพิเศษสำหรับสกินเครื่องแต่งกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระบบนี้น่าจะถูกนำมาใช้เพื่อชดเชยการไม่มีตู้กาชาอาวุธ สกินบางส่วนอาจยังสามารถคราฟต์ได้ผ่านการเล่นเกม แต่สกินแบบเอ็กซ์คลูซีฟดูเหมือนจะถูกออกแบบมาให้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของเกม
เช่นเดียวกับเกม live service สมัยใหม่หลายๆ เกม ยังมีตัวเลือกการสร้างรายได้เพิ่มเติมต่างๆ เช่น แพ็กเกจบันเดิล และ Hero Pass ซึ่งคล้ายกับระบบแบทเทิลพาส ระบบนี้มอบรางวัลเพิ่มเติมและผลประโยชน์ด้านความก้าวหน้าให้กับผู้เล่นที่เลือกซื้อสินค้าในเกม

สรุป พรีวิว Seven Deadly Sins: Origin
ในฐานะเกมใหม่ของแฟรนไชส์ The Seven Deadly Sins: Origin ดูเหมือนจะมีศักยภาพมากพอในฐานะเกม Action RPG สเกลใหญ่ที่มีฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซียอดฮิตจากอนิเมะ
การตัดสินใจนำเสนอเรื่องราวออริจินัลในพหุจักรวาล แทนที่จะแค่เล่าเรื่องจากอนิเมะซ้ำโดยตรง ทำให้เกมนี้รู้สึกแตกต่างจากเกมดัดแปลงจากอนิเมะเรื่องอื่นๆ ที่มักจะพึ่งพาแค่ความโหยหาอดีตเพียงอย่างเดียว
ด้วยโลกโอเพ่นเวิลด์ที่หนาแน่น ระบบการสำรวจที่อิสระ และการต่อสู้แบบไดนามิกที่มีการสลับตัวละครและกลไกคอมโบ ประสบการณ์การเล่นเกมจึงให้ความรู้สึกทะเยอทะยานและสนุกสนานทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสิ่งที่ต้องพิจารณา การพัฒนาตัวละครอาจรู้สึกค่อนข้างช้าหากไม่มีการฟาร์มอย่างหนัก และการปรับแต่งประสิทธิภาพในปัจจุบันก็ยังไม่สอดคล้องกับคุณภาพกราฟิกของเกมนัก
โดยรวมแล้ว The Seven Deadly Sins: Origin ดูเหมือนจะเป็นเกมดัดแปลงที่มีอนาคตสดใส ด้วยโลกที่สดใส การต่อสู้ที่ลื่นไหล และการสำรวจที่กว้างขวาง เกมประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ หาก Netmarble สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพทางเทคนิคและสร้างสมดุลให้กับระบบความก้าวหน้าในระยะยาวได้ เกมนี้มีศักยภาพแน่นอน
The Seven Deadly Sins: Origin จะเปิดให้เล่นในวันที่ 17 มีนาคม สำหรับ PlayStation 5 และ PC ส่วนเวอร์ชัน Android และ iOS จะตามมาในวันที่ 23 มีนาคม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

บิลด์ที่เราเล่นนั้นเป็นเวอร์ชันพรีวิว เวอร์ชันที่วางจำหน่ายสู่สาธารณะอาจแตกต่างออกไปและอาจได้รับการปรับปรุงแล้ว
อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ










Discussion about this post