การมาเยือน PokéPark KANTO ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแค่การไปเที่ยวสวนสนุกธรรมดา แต่เหมือนการกระโจนเข้าสู่โลกของโปเกมอนในเวอร์ชันที่มีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ของเนินเขา Tama ในพื้นที่ Yomiuriland เห็นได้ชัดตั้งแต่เริ่มต้นว่าคอนเซปต์ของที่นี่แตกต่างออกไป นี่ไม่ใช่สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นเสียงดังและแสงไฟฉูดฉาด แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กลางแจ้งที่เงียบสงบ เขียวขจี และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
โปรเจกต์นี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง The Pokémon Company และ Yomiuriland โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความต้องการของผู้คนที่อยากกลับมาพบปะกันอีกครั้งหลังการระบาดใหญ่ พร้อมๆ กับการสัมผัสประสบการณ์โปเกมอนแบบ “มีชีวิต” ท่ามกลางธรรมชาติ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น เสียงของป่า ทางเดินดินที่ขรุขระ และการจัดวางโปเกมอนที่ดูเหมือนจะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ทำให้ประสบการณ์รู้สึกจริงจัง แถมยังมีความเจ๋งในเชิงสัญลักษณ์ เพราะมันตั้งอยู่ในภูมิภาค Kanto ของโลกความจริง ซึ่งเป็นฉากหลังเดียวกับ Pokémon Red และ Pokémon Green
รายละเอียดจะเป็นอย่างไร? มาดูประสบการณ์ตรงจากการไปเยือน PokéPark Kanto กันเลย!

ทางเข้าที่โดนใจใช่เลย
พื้นที่แรกที่คุณจะเจอคือ Entrance Plaza และนี่คือที่ที่ความรู้สึกว่า “มาถึงแล้วจริงๆ” เริ่มก่อตัวขึ้น โปเกมอนเริ่มต้น (Starters) ทั้งสามตัวของภูมิภาค Kanto ได้แก่ Bulbasaur (ฟุชิกิดาเนะ), Charmander (ฮิโตคาเงะ) และ Squirtle (เซนิกาเมะ) ยืนตระหง่านเป็นอนุสาวรีย์ต้อนรับที่เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณได้ในทันที

ทางด้านซ้ายของพลาซ่าคือ Research Lab ซึ่งทำหน้าที่มากกว่าแค่อาคารตามธีม แต่เป็นเหมือนประตูสู่ Pokémon Forest ภายในได้รับการออกแบบมาอย่างชัดเจนเพื่อกระตุ้นความรู้สึกคิดถึงอดีต ด้วยผังที่คล้ายคลึงกับห้องแล็บของ Professor Oak (ดร.ออคิด) อย่างมาก
มีโต๊ะเลือกโปเกมอนเริ่มต้น กระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยบันทึกการวิจัยโปเกมอน และแม้แต่เครื่องฟื้นฟูที่มาพร้อมกับ Poké Balls และจอมอนิเตอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ หลังจากได้รับบันทึกการวิจัยจากผู้ช่วย ผู้เข้าชมจะถูกนำทางให้เริ่มสำรวจป่าทันที ราวกับว่าพวกเขากำลังเริ่มต้นการผจญภัยของเทรนเนอร์จริงๆ


สวรรค์ของนักสะสมและบททดสอบกระเป๋าสตางค์
ยังคงอยู่ในพื้นที่ Entrance Plaza ที่นี่มีร้านขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์ทั้งหมด และบอกตามตรงว่ามันเป็นส่วนที่ทำลายล้างกระเป๋าสตางค์ที่สุด ชั้นวางเต็มไปด้วยสินค้าลิมิเต็ดที่หาได้เฉพาะใน PokéPark KANTO เท่านั้น ตั้งแต่ตุ๊กตา Pikachu (ปิกาจู) และ Eevee (อีวุย) รุ่นพิเศษ กระเป๋า หมอน เครื่องเขียน และแม้แต่สินค้าแฟชั่น


โดยสินค้าที่เราแนะนำให้หาซื้อได้แก่
- Pokémon Forest และ Sedge Town: นำเสนอภาพประกอบของโปเกมอนป่าในธรรมชาติและชีวิตในเมือง
- Carnival Pikachu & Eevee: ตุ๊กตาและชุดคู่ในชุดคาร์นิวัล
- สุนทรียภาพแบบ Vee Vee Voyage: งานศิลปะของ Ponyta (โพนีตา), Rapidash (แกลล็อป) และ Eevee (อีวุย) ในการเดินทางที่สดใส
- เครื่องประดับแฟชั่น: เช่น กิ๊บติดผม หมวกตัวละคร และไอเท็มสวมใส่อื่นๆ เพื่อ “กลายร่าง” เป็นโปเกมอนตัวโปรดของคุณ


เนื่องจากความต้องการสินค้านั้นสูงมาก การเข้าร้านค้าจำเป็นต้องมีบัตรคิวที่ซื้อผ่านแอปอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้รับเมื่อผ่านประตู Yomiuriland แต่ละคนสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียง 1 ครั้งต่อวัน ดังนั้นการวางแผนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Pokémon Forest ป่าในฝันของแฟนๆ
ถัดจาก Research Lab คือ Pokémon Forest ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเยอทะยานและน่าประทับใจที่สุดใน PokéPark KANTO ป่ามีขนาดกว้างใหญ่ หลายระดับ และเต็มไปด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย รวมถึงบันได อุโมงค์ หญ้าสูง เส้นทางภูเขา และทุ่งดอกไม้ โปเกมอนถูกวางไว้ที่นั่นราวกับว่าพวกมันมีอยู่จริง พร้อมด้วยป้ายข้อมูลและเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์จากลำโพงที่ซ่อนอยู่

ตราบใดที่โปเกมอนอยู่ในระยะเอื้อมถึง ผู้เข้าชมจะได้รับอนุญาตให้สัมผัสพวกมันได้ และการโต้ตอบเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์รู้สึกเป็นส่วนตัว ป่าถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน รวมถึง Pikachu and Eevee Forest, Diglett’s Boardwalk Trail, Onix’s Passage และ Flower Garden
การออกแบบกระตุ้นให้เกิดการสำรวจ โดยส่งเสริมให้ผู้เข้าชมค้นหาโปเกมอนที่ซ่อนอยู่บนพื้น หลังโขดหิน หรือบนต้นไม้อย่างแข็งขัน โปเกมอนยักษ์บางตัวต้องใช้การมองหาในระยะไกล ในขณะที่บางตัวมีการเคลื่อนไหวที่น่ารักและแนบเนียน ให้รางวัลแก่ผู้ที่สังเกตอย่างระมัดระวัง


ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึง Pokémon Forest ได้เท่าเทียมกัน มีกฎระเบียบหลายข้อที่ต้องระวัง ตั้งแต่การจำกัดอายุไปจนถึงความสามารถทางร่างกาย เนื่องจากเส้นทางมีบันไดมากกว่าร้อยขั้น
ประเภทของตั๋วยังกำหนดว่าคุณจะสำรวจได้อิสระแค่ไหน ตั้งแต่การเข้าครั้งเดียวตามเวลาที่กำหนด ไปจนถึงการเข้าถึงได้ไม่จำกัดตลอดทั้งวัน แม้กฎเหล่านี้จะดูเข้มงวด แต่วัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้เข้าชมทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าที่ดูเหมือนธรรมชาติจริงๆ


Sedge Town: เมืองโปเกมอนที่มีชีวิต
เมื่อออกจากป่าผ่านอุโมงค์ ผู้เข้าชมจะมาถึง Sedge Town เมืองเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางสังคมใน PokéPark Kanto พื้นที่นี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สุด รวมถึงห้องน้ำเพียงแห่งเดียวในสวนสนุก บรรยากาศพลุกพล่านแต่อบอุ่น พร้อมพนักงานที่เป็นมิตร ซึ่งหลายคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้


มี Pokémon Trainers’ Market, Pokémon Center ที่มีเครื่องฟื้นฟูที่ใช้งานได้จริง และ Poké Mart ที่ขายเครื่องดื่มและขนมธีมโปเกมอน เกมหลักสองเกมคือ Vee Vee Voyage และ Pika Pika Paradise มอบประสบการณ์ที่เบาสมองแต่สนุกสนาน และผู้ถือ Ace Trainer Pass ยังได้รับสิทธิ์เข้าเล่นช่องทางด่วนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ความบันเทิง ขบวนพาเหรด และการโต้ตอบกับตัวละคร
Sedge Town ยังทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดความบันเทิงหลัก การแสดง Gym Show “Pika Pika Sparks!” ผสมผสานเพลงโปเกมอนคลาสสิกฉบับรีมิกซ์ แสงสี และการเต้นที่เต็มไปด้วยพลัง พร้อมช่วงเวลาที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง Koffing (โดกาส) ที่พ่นควันออกมาจริงๆ

นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรด “Pikachu and Eevee Bubble Carnival” ที่สนุกสุดเหวี่ยงและโต้ตอบได้ กระตุ้นให้ผู้เข้าชมเต้นไปพร้อมกับเครื่องประดับของพวกเขา สำหรับผู้ที่มองหาภาพถ่ายและการโต้ตอบที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น Pokémon Playhouse จะมีตัวละครที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ทำให้การมาเยือนแต่ละครั้งมีเอกลักษณ์
บวกกับ Battle Center ที่มีรูปปั้นโปเกมอนยักษ์กำลังต่อสู้กัน จุดถ่ายรูปที่นี่มีความตั้งใจและใส่รายละเอียดอย่างแท้จริง

ประสบการณ์ที่แฟนโปเกมอนห้ามพลาด
โดยรวมแล้ว PokéPark KANTO เป็นประสบการณ์ที่ยากจะหาอะไรมาเทียบได้ โดยเฉพาะสำหรับแฟนโปเกมอนทุกรุ่น ตั้งแต่ก้าวแรกใน Research Lab ไปจนถึงความอิ่มเอมใจขณะชมขบวนพาเหรดและการแสดง Gym ทุกอย่างรู้สึกว่าได้รับการออกแบบด้วยความรักและความใส่ใจในรายละเอียด เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกวัย ไม่ว่าคุณจะมองหาการสำรวจอย่างจริงจังในป่า หรือแค่ต้องการผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับเมืองและความบันเทิง
มีเพียงเงื่อนไขหลักข้อเดียว: การกดตั๋วให้ทัน หากทำสำเร็จ PokéPark KANTO คือนิยามของความสุขที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับใครก็ตามที่เคยฝันอยากใช้ชีวิตในโลกของโปเกมอน

ข้อมูลตั๋วและราคา
ราคาตั๋วแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวันที่ โดยมีระดับราคา 3 ระดับ โดยรวมคือ:
- Town Pass: เข้าได้เฉพาะ Sedge Town เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
- Trainer’s Pass: เข้า Forest ได้ 1 ครั้งตามเวลาที่กำหนด บวกกับเข้า Town ได้ไม่จำกัด
- Ace Trainer Pass: เข้า Forest และ Town ได้ไม่จำกัด, สิทธิ์เล่นเกมช่องทางด่วน, ที่นั่งชม Gym Show และสินค้าพิเศษ
สำหรับราคาที่แม่นยำที่สุดในแต่ละวัน แนะนำให้ตรวจสอบโดยตรงที่เว็บไซต์ทางการของ PokéPark KANTO รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม
©2026 Pokémon. ©1995-2026 Nintendo/Creatures Inc./GAME FREAK inc. TM, ®, and character names are trademarks of Nintendo.
อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ










Discussion about this post