Gamer555
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อื่นของเรา
    • GamerBraves
    • Wanuxi
    • Gamer Santai
    • GamerWK
  • Borderlands 4
No Result
View All Result
Gamer555
No Result
View All Result

คุยหลังเล่น พรีวิว Seven Deadly Sins: Origin – พื้นที่ผจญภัยมหาศาล พร้อมด้วยเนื้อเรื่องใหม่

Norrachai Anansakdakul by Norrachai Anansakdakul
5 hours ago
in ทั้งหมด, รีวิว, รีวิวเกม
Reading Time: 6 mins read
0 0
คุยหลังเล่น พรีวิว Seven Deadly Sins: Origin – พื้นที่ผจญภัยมหาศาล พร้อมด้วยเนื้อเรื่องใหม่
Share on FacebookShare on Twitter

The Seven Deadly Sins: Origin เป็นหนึ่งในเกมอนิเมะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว Netmarble กำลังนำแฟรนไชส์ยอดฮิตนี้ไปสู่ทิศทางที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้นด้วยรูปแบบ Action RPG ที่นำเสนอการสำรวจสเกลขนาดใหญ่ มากกว่าจะเป็นแค่การดัดแปลงแบบเดิมๆ Origin มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเกมนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่ความโหยหาอดีตจากอนิเมะหรือมังงะเพียงอย่างเดียว แทนที่จะนำเรื่องราวเก่ามาเล่าใหม่ The Seven Deadly Sins: Origin นำเสนอเนื้อเรื่องออริจินัลที่โฟกัสไปที่ Tristan ลูกชายของ Meliodas และ Elizabeth

Related Posts

บทสัมภาษณ์ PRAGMATA กับ Capcom – เราไม่ได้ทำเกม Action Shooter ตัวเกมมีเอกลักษณ์โดดเด่นของมันเอง

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!

ด้วยคอนเซปต์พหุจักรวาล (multiverse) ที่รวบรวมไทม์ไลน์และตัวละครจากยุคต่างๆ เข้าด้วยกัน เกมนี้มุ่งหวังที่จะนำเสนอการผจญภัยที่สดใหม่สำหรับทั้งแฟนหน้าเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่ แต่มันจะน่าตื่นเต้นขนาดนั้นจริงหรือ? เราได้มีโอกาสทดลองเล่นก่อนบน PC มาดูกันเลย!

เนื้อเรื่อง

หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดใจทันทีเกี่ยวกับ The Seven Deadly Sins: Origin คือการที่เกมไม่ได้แค่เล่าเรื่องจากอนิเมะซ้ำอีกรอบ แทนที่จะพาผู้เล่นกลับไปสู่โครงเรื่องที่คุ้นเคย เกมกลับนำเสนอเรื่องราวออริจินัลทั้งหมด เนื้อเรื่องขยายจักรวาลของซีรีส์ด้วยคอนเซปต์พหุจักรวาล ที่ซึ่งไทม์ไลน์และมิติต่างๆ เริ่มมาปะทะกัน

ตัวละครหลักในครั้งนี้คือ Tristan ลูกชายของ Meliodas และ Elizabeth เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Tristan เผลอไปเปิดใช้งานอาร์ติแฟกต์ลึกลับที่เรียกว่า Book of Stars (คัมภีร์แห่งดวงดาว) โดยไม่ได้ตั้งใจ เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดการบิดเบือนของพื้นที่และเวลาครั้งใหญ่ ทำให้ไทม์ไลน์และมิติหลายแห่งทับซ้อนกัน ผลกระทบรู้สึกได้ทันทีทั่วโลกเมื่อตัวละครจากยุคต่างๆ เริ่มปรากฏตัวขึ้น ตั้งแต่วีรบุรุษในอดีตไปจนถึงตัวละครที่คุ้นเคยในเวอร์ชันอนาคต รวมถึงศัตรูหน้าใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

โครงสร้างเรื่องราวนี้เปิดโอกาสให้เกมได้สำรวจไอเดียที่เป็นไปไม่ได้ในซีรีส์ต้นฉบับ บุคคลในตำนานสามารถกลับมาปรากฏตัวในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ในขณะที่คอนเซปต์ของไทม์ไลน์ทางเลือกก็เข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการครอสโอเวอร์ครั้งใหญ่ภายในจักรวาลของแฟรนไชส์ มากกว่าจะเป็นแค่ภาคต่อของอนิเมะ

สมมติฐานนี้ยังเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักของซีรีส์ด้วย ในเรื่องราวต้นฉบับ กลุ่มอัศวินเจ็ดบาป (Seven Deadly Sins) เป็นมากกว่าแค่กลุ่มอาชญากร พวกเขาถูกก่อตั้งขึ้นอย่างลับๆ โดย Meliodas และ Merlin หลังจากที่กษัตริย์ Bartra แห่ง Liones ทรงเห็นคำทำนายว่ามีเพียงผู้ถูกเนรเทศทั้งเจ็ดคนนี้เท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งบัญญัติ 10 ประการ (Ten Commandments) ได้หากเผ่าปีศาจหวนกลับมา

ภูมิหลังนี้ยังคงเป็นรากฐานสำคัญใน Origin เพื่อเตือนให้เราจำได้ว่ากลุ่มนี้ถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นให้เป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายของโลก สิ่งที่น่าสนใจคือคอนเซปต์ของ “อัศวินเจ็ดบาป” เองก็มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่มาก โดยปรากฏขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 เมื่อนักเทววิทยาได้จัดทำบัญชีรายชื่อบาปทางศีลธรรมที่ร้ายแรงของมนุษยชาติขึ้นเป็นครั้งแรก แม้ว่าเกมจะตั้งอยู่ในดินแดนแห่งแฟนตาซีและเวทมนตร์ทั้งหมด แต่ชื่อนี้ก็ยังคงรักษาความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ยืนยงมานานหลายศตวรรษ

การสำรวจ

การสำรวจเป็นหนึ่งในแง่มุมที่สนุกที่สุดของ The Seven Deadly Sins: Origin Netmarble ประสบความสำเร็จในการสร้างสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์จากอนิเมะและมังงะขึ้นมาใหม่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาก ช่วยให้ผู้เล่นสามารถกลับไปเยือนสถานที่คุ้นเคยอย่าง Kingdom of Liones และ Fairy King’s Forest ในโลกโอเพ่นเวิลด์ที่สำรวจได้อย่างอิสระ

การเคลื่อนไหวในโลกของเกมก็ให้ความรู้สึกยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้เล่นไม่เพียงแต่เดินได้เท่านั้น แต่ยังสามารถปีนหน้าผา ขี่สัตว์พาหนะ ร่อนเพื่อเดินทางในระยะไกล และแม้แต่ล่องเรือเพื่อไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปได้ ตัวละครบางตัวยังมีความสามารถในการเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งสามารถช่วยในการสำรวจในบางสถานการณ์ได้ การผสมผสานของกลไกเหล่านี้ทำให้การเดินทางรู้สึกน่าตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เป็นหนทางไปสู่เป้าหมายต่อไปเท่านั้น

โลกของเกมยังให้ความรู้สึกหนาแน่นและมีชีวิตชีวา แทนที่จะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยพืชพรรณ ต้นไม้ และวัสดุต่างๆ ให้เก็บสะสม ในระหว่างการสำรวจ ผู้เล่นสามารถใช้ประโยชน์จากกลไกทางสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น กระแสลมที่สามารถเพิ่มความเร็วในการร่อน หรือเส้นทางกิ่งไม้ที่ช่วยให้เดินทางได้เร็วขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นมักจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เนื่องจากโลกของเกมมักจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่กล้าออกไปสำรวจให้ไกลขึ้นเสมอ

แม้แต่พื้นที่ใต้น้ำก็สามารถสำรวจได้ผ่านกลไกการดำน้ำ ผู้เล่นสามารถค้นหาไอเท็มที่ซ่อนอยู่และหีบสมบัติต่างๆ บนพื้นทะเล นอกจากการสำรวจแล้ว เกมยังมีกิจกรรมเสริมต่างๆ อีกมากมาย เช่น มินิเกมไขปริศนาและการตกปลา ที่ให้การพักผ่อนหย่อนใจระหว่างการทำเควสต์หลัก ระบบ Knighthood ยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถก่อตั้งกิลด์และโต้ตอบกับผู้เล่นคนอื่นได้ โครงสร้างนี้ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเกม MMO เล็กน้อย ได้เพิ่มองค์ประกอบทางสังคมที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมสมจริงและน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น

ระบบการต่อสู้

ระบบการต่อสู้ใน The Seven Deadly Sins: Origin มีศูนย์กลางอยู่ที่ระบบปาร์ตี้ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถควบคุมตัวละครสี่ตัวพร้อมกัน และสลับไปมาระหว่างตัวละครเหล่านั้นได้อย่างอิสระในระหว่างการต่อสู้ กลไกนี้สร้างจังหวะการต่อสู้ที่รวดเร็ว เนื่องจากรูปแบบการโจมตี สกิล และการสลับตัวละครเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในองค์ประกอบหลักของระบบนี้คือการออกแบบการต่อสู้แบบเชื่อมโยง (link-up) ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นสลับตัวละครอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการโจมตีที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ทุกแอ็กชัน เช่น การโจมตีปกติ สกิล หรือความสามารถ จะชาร์จเกจ Tag เมื่อเกจเต็ม ผู้เล่นสามารถสลับตัวละครเพื่อกระตุ้นสกิล Tag ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาลและเพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าไม้ตาย Ultimate ของพวกเขา

กลไกนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เล่นโฟกัสไปที่ตัวละครเพียงตัวเดียวในระหว่างการต่อสู้ ในทางกลับกัน การสลับตัวละครอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญในการโจมตีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบการต่อสู้ที่ให้ความรู้สึกทั้งเป็นไดนามิกและมีชั้นเชิงทางยุทธวิธี

ความซับซ้อนอีกระดับมาจากระบบธาตุ ตัวละครสามารถใช้ธาตุต่างๆ ได้ขึ้นอยู่กับอาวุธที่พวกเขาใช้ แต่ละธาตุจะมีเกจ Burst ของตัวเอง ซึ่งเมื่อชาร์จเต็ม จะกระตุ้นเอฟเฟกต์ธาตุที่ทรงพลัง ธาตุบางชนิดส่งผลโดยตรงต่อศัตรู ในขณะที่ธาตุอื่นๆ จะโต้ตอบกับค่าสถานะของธาตุอื่น ทำให้ผู้เล่นสามารถผสมผสานเอฟเฟกต์ได้อย่างมีกลยุทธ์ ศัตรูและบอสหลายตัวยังมีจุดอ่อนทางธาตุ กระตุ้นให้ผู้เล่นทดลองผสมผสานตัวละครและอาวุธที่แตกต่างกัน

การต่อสู้กับบอสยังมีกลไกจุดอ่อน (Weak Point) โดยที่ชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนจะกลายเป็นจุดอ่อนที่รับความเสียหายมากขึ้น การโจมตีจุดอ่อนเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่มักจะทำให้ผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายมากขึ้นด้วย สิ่งนี้สร้างไดนามิกความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าสนใจในระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด

การเคลื่อนไหวของตัวละครยังให้ความรู้สึกตอบสนองได้ดีขึ้นด้วการ dash และการ perfect dodge ผู้เล่นไม่เพียงแต่สามารถหลบการโจมตีโดยการถอยห่างออกมาเท่านั้น แต่ยังสามารถทำการหลบหลีกที่แม่นยำเพื่อรักษาจังหวะของการต่อสู้ไว้ได้ด้วย

การปรับแต่งตัวละครยังมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ ฮีโร่แต่ละตัวสามารถใช้อาวุธที่แตกต่างกันได้สูงสุดสามชิ้น และอาวุธแต่ละชิ้นจะเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวละครไปอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น Tristan สามารถใช้ดาบคู่เพื่อการโจมตีที่รวดเร็ว ดาบใหญ่เพื่อการโจมตีที่หนักหน่วง หรือดาบมาตรฐานสำหรับสไตล์การต่อสู้ที่สมดุลยิ่งขึ้น ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ผู้เล่นปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้

หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าพึงพอใจที่สุดในระบบการต่อสู้นี้คือเมื่อผู้เล่นประสบความสำเร็จในการกระตุ้นการโจมตีแบบผสมผสานในขณะที่สลับตัวละครกลางการต่อสู้ ตัวละครบางตัวสามารถปล่อยท่าไม้ตาย Ultimate แบบผสมผสานพร้อมแอนิเมชันที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาล การสลับตัวละครถูกจังหวะยังสามารถกระตุ้นการ parry การโจมตีของศัตรูและตามด้วยการโจมตีสวนกลับ (counterattack) ได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตัวละครไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเร็วเป็นพิเศษ การสร้างปาร์ตี้เต็มรูปแบบต้องใช้การฟาร์มวัตถุดิบพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้เล่นต้องการรักษาให้ตัวละครทั้งสี่ตัวมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน หากไม่มีโบนัสจากกิจกรรมหรือระบบเร่งความก้าวหน้า การอัปเกรดฮีโร่และการรักษาความสมดุลของบิลด์อาจใช้เวลานานทีเดียว

แฟชันและความก้าวหน้า

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว The Seven Deadly Sins: Origin ยังมีโหมดการเล่นเกมที่เกิดซ้ำหลายโหมด ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยในความก้าวหน้าของตัวละครและการฟาร์มทรัพยากร กิจกรรมหนึ่งที่ผู้เล่นจะต้องเจอบ่อยๆ คือดันเจี้ยนรายวัน ซึ่งเป็นชุดของความท้าทายประจำวันที่ให้รางวัลเป็นวัตถุดิบอัปเกรดที่จำเป็นและสกุลเงินในเกมอย่างทองคำ

ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นแหล่งทรัพยากรที่ค่อนข้างสม่ำเสมอสำหรับการอัปเกรดตัวละคร อาวุธ และอุปกรณ์ สำหรับผู้เล่นที่มองหาความท้าทายที่มากขึ้น ยังมี Boss Dungeon ซึ่งนำเสนอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามากพร้อมข้อกำหนดด้านความแข็งแกร่งที่สูงกว่า

การต่อสู้ในดันเจี้ยนบอสมักต้องการให้ผู้เล่นเตรียมปาร์ตี้อย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะลองเข้าไปท้าทาย การเอาชนะบอสสามารถให้รางวัลที่มีค่า เช่น สกุลเงินกาชาเป็นโบนัสการเคลียร์ครั้งแรก อุปกรณ์หายากอย่างเซ็ตชุดเกราะ และแม้แต่วัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับการอัปเกรดตัวละครและอาวุธ

ระบบความก้าวหน้าของตัวละครนั้นเป็นไปตามโครงสร้างที่พบได้ทั่วไปในเกม RPG แบบกาชา การเพิ่มระดับความหายากของตัวละครจะช่วยเพิ่มพลังของพวกมันอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ศักยภาพที่แท้จริงของพวกมันจะถูกตระหนักได้ก็ต่อเมื่อมีการรวมระบบความก้าวหน้าต่างๆ เข้าด้วยกัน

อาวุธยังมีระดับความหายากของตัวเอง และการใช้อาวุธที่แตกต่างกันอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพของตัวละครในการต่อสู้ เซ็ตชุดเกราะยังให้โบนัสเพิ่มเติมเมื่อมีการใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นจากเซ็ตเดียวกันร่วมกัน

ความก้าวหน้าอีกระดับมาจากระบบ Mastery ระบบนี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถปรับปรุงคุณลักษณะพื้นฐานของตัวละคร เช่น พลังชีวิต พลังป้องกัน และพลังโจมตี โดยใช้วัตถุดิบที่รวบรวมได้ระหว่างการเล่นเกม การผ่านระดับ Mastery จะให้คะแนน Hero Potential Points ซึ่งสามารถนำมาใช้ปลดล็อกการอัปเกรด Potential ซึ่งเป็นระบบที่ค่อนข้างคล้ายกับกลุ่มดาว ในเกมกาชาบางเกม

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ค่อนข้างเรียกร้องความพยายาม ตัวละครแต่ละตัวสามารถไปถึงระดับ Potential ได้สูงสุดสิบระดับ และค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในระดับที่สูงขึ้น การได้ตัวละครซ้ำผ่านกาชาสามารถเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นได้ แต่การไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดก็ยังคงต้องใช้เวลาลงทุนอย่างมากในระยะยาว

งานภาพและ Performance

ในด้านภาพ The Seven Deadly Sins: Origin ดูน่าประทับใจอย่างไม่น่าเชื่อ เกมประสบความสำเร็จในการจับภาพสไตล์ภาพที่มีสีสันของอนิเมะและถ่ายทอดออกมาเป็นโลกสามมิติที่มีชีวิตชีวา ตัวละครสื่ออารมณ์ได้ดี สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยรายละเอียด และการนำเสนอโดยรวมทำให้โลกของเกมรู้สึกซื่อสัตย์ต่อแหล่งข้อมูลต้นฉบับอย่างมาก

เกมใช้ Unreal Engine 5 ทำให้ได้คุณภาพของภาพที่โดดเด่นจากเกมกาชาแบบ live service อื่นๆ มากมาย ภูมิทัศน์ของโลกเต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีชีวิตชีวา เมืองที่พลุกพล่าน และองค์ประกอบแฟนตาซีต่างๆ ที่ช่วยเสริมบรรยากาศการผจญภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์

คุณภาพของแอนิเมชันก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น การเคลื่อนไหวในการโจมตีรู้สึกราบรื่น เอฟเฟกต์ภาพของความสามารถดูน่าตื่นตาตื่นใจ และการแสดงออกของตัวละครในระหว่างฉากเนื้อเรื่องช่วยเพิ่มบุคลิกให้กับนักแสดงแต่ละคน

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของประสิทธิภาพ optimization ของเกมยังคงให้ความรู้สึกไม่สม่ำเสมอ แม้แต่บนคอมที่ค่อนข้างแรงอย่าง Ryzen 5 3600, Radeon RX 6800 ที่มี VRAM 16GB และ RAM 32GB การรักษาประสิทธิภาพให้สม่ำเสมอก็ทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่

การรันเกมด้วยการตั้งค่า Very High ที่ความละเอียด 1440p ไม่สามารถรักษาอัตราเฟรมเรตให้คงที่ได้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ค่อนข้างเสถียรที่ 60 เฟรมต่อวินาที จำเป็นต้องลดการตั้งค่ากราฟิกลงเหลือ High ที่ความละเอียด 1080p

แม้จะลดการตั้งค่าเหล่านี้ลงแล้ว อาการกระตุก ก็ยังคงเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในบางสถานการณ์ แม้จะมีแอนิเมชันการต่อสู้และเอฟเฟกต์ภาพที่น่าประทับใจ แต่ความไม่สมดุลระหว่างคุณภาพของภาพและประสิทธิภาพนี้ บางครั้งก็อาจรบกวนประสบการณ์การเล่นเกมได้ค่อนข้างมาก

เกมยังขาดเทคโนโลยีอัปสเกล (upscaling) อย่าง FSR ซึ่งอาจช่วยให้ผู้เล่นหลายคนได้รับประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องลดคุณภาพของภาพลงอย่างมาก หวังว่าการอัปเดตในอนาคตจะช่วยแก้ไขปัญหาการปรับแต่งเหล่านี้ เพื่อนำประสิทธิภาพทางเทคนิคของเกมเข้าใกล้ความทะเยอทะยานด้านภาพมากขึ้น

ต้องจ่ายเท่าไหร่

ระบบกาชาใน The Seven Deadly Sins: Origin ใช้โครงสร้างที่ผู้เล่นเกม RPG กาชาสมัยใหม่ค่อนข้างคุ้นเคย มันใช้กลไก 50/50 โดยที่ผู้เล่นมีโอกาสได้รับตัวละครแบบจำกัดเวลาซึ่งเป็นจุดสนใจของตู้แบนเนอร์

หากการพยายามครั้งแรกไม่ได้ตัวละคร ระบบจะการันตีว่าตัวละคร SSR ตัวถัดไปที่ได้รับจะเป็นตัวละครหน้าตู้ แม้ว่าผู้เล่นจะเปลี่ยนตู้แบนเนอร์ก็ตาม กลไกนี้ช่วยลดความคับข้องใจที่มักเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นพลาดการได้ตัวละครหน้าตู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในระบบการันตี เกมการันตีตัวละคร SSR หลังจากการสุ่ม 80 ครั้ง สำเนาแรกของตัวละครแบบจำกัดเวลาจะได้รับการันตีหลังจากสุ่ม 120 ครั้ง ในขณะที่ตัวละครที่ซ้ำกันจะได้รับการันตีหลังจากสุ่ม 160 ครั้งหลังจากที่ผู้เล่นได้รับเวอร์ชันแรก

โครงสร้างนี้ทำให้ระบบกาชารู้สึกคล้ายกับเกมอื่นๆ บางเกมอย่าง Arknights เล็กน้อย แม้ว่าการการันตีข้ามตู้แบนเนอร์หลังจากหลุดเรต 50/50 จะให้ความรู้สึกปลอดภัยเพิ่มขึ้นสำหรับผู้เล่นก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจคือไม่มีระบบตู้กาชาอาวุธแยกต่างหาก กลับกัน อาวุธจะได้รับมาพร้อมกับตัวละครผ่านตู้แบนเนอร์ตัวละครหลัก การตัดสินใจนี้ช่วยให้รูปแบบการสร้างรายได้เรียบง่ายขึ้น เนื่องจากผู้เล่นไม่ต้องสุ่มจากกลุ่มกาชาสองกลุ่มที่แยกกัน

เกมยังมีระบบกาชาพิเศษสำหรับสกินเครื่องแต่งกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระบบนี้น่าจะถูกนำมาใช้เพื่อชดเชยการไม่มีตู้กาชาอาวุธ สกินบางส่วนอาจยังสามารถคราฟต์ได้ผ่านการเล่นเกม แต่สกินแบบเอ็กซ์คลูซีฟดูเหมือนจะถูกออกแบบมาให้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของเกม

เช่นเดียวกับเกม live service สมัยใหม่หลายๆ เกม ยังมีตัวเลือกการสร้างรายได้เพิ่มเติมต่างๆ เช่น แพ็กเกจบันเดิล และ Hero Pass ซึ่งคล้ายกับระบบแบทเทิลพาส ระบบนี้มอบรางวัลเพิ่มเติมและผลประโยชน์ด้านความก้าวหน้าให้กับผู้เล่นที่เลือกซื้อสินค้าในเกม

สรุป พรีวิว Seven Deadly Sins: Origin

ในฐานะเกมใหม่ของแฟรนไชส์ The Seven Deadly Sins: Origin ดูเหมือนจะมีศักยภาพมากพอในฐานะเกม Action RPG สเกลใหญ่ที่มีฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซียอดฮิตจากอนิเมะ

การตัดสินใจนำเสนอเรื่องราวออริจินัลในพหุจักรวาล แทนที่จะแค่เล่าเรื่องจากอนิเมะซ้ำโดยตรง ทำให้เกมนี้รู้สึกแตกต่างจากเกมดัดแปลงจากอนิเมะเรื่องอื่นๆ ที่มักจะพึ่งพาแค่ความโหยหาอดีตเพียงอย่างเดียว

ด้วยโลกโอเพ่นเวิลด์ที่หนาแน่น ระบบการสำรวจที่อิสระ และการต่อสู้แบบไดนามิกที่มีการสลับตัวละครและกลไกคอมโบ ประสบการณ์การเล่นเกมจึงให้ความรู้สึกทะเยอทะยานและสนุกสนานทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสิ่งที่ต้องพิจารณา การพัฒนาตัวละครอาจรู้สึกค่อนข้างช้าหากไม่มีการฟาร์มอย่างหนัก และการปรับแต่งประสิทธิภาพในปัจจุบันก็ยังไม่สอดคล้องกับคุณภาพกราฟิกของเกมนัก

โดยรวมแล้ว The Seven Deadly Sins: Origin ดูเหมือนจะเป็นเกมดัดแปลงที่มีอนาคตสดใส ด้วยโลกที่สดใส การต่อสู้ที่ลื่นไหล และการสำรวจที่กว้างขวาง เกมประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ หาก Netmarble สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพทางเทคนิคและสร้างสมดุลให้กับระบบความก้าวหน้าในระยะยาวได้ เกมนี้มีศักยภาพแน่นอน

The Seven Deadly Sins: Origin จะเปิดให้เล่นในวันที่ 17 มีนาคม สำหรับ PlayStation 5 และ PC ส่วนเวอร์ชัน Android และ iOS จะตามมาในวันที่ 23 มีนาคม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

บิลด์ที่เราเล่นนั้นเป็นเวอร์ชันพรีวิว เวอร์ชันที่วางจำหน่ายสู่สาธารณะอาจแตกต่างออกไปและอาจได้รับการปรับปรุงแล้ว


อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Tags: NetmarbleReviewThe Seven Deadly Sins: Origin
ShareTweetPin
Previous Post

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!

Norrachai Anansakdakul

Norrachai Anansakdakul

Book - เภสัชกรผู้เสพติดเกม รวมถึงชอบงานเขียน สามารถหายไปเป็นวัน เพราะการเล่นเกม Turn Base Strategy ได้

Related Posts

บทสัมภาษณ์ PRAGMATA กับ Capcom – เราไม่ได้ทำเกม Action Shooter ตัวเกมมีเอกลักษณ์โดดเด่นของมันเอง
ทั้งหมด

บทสัมภาษณ์ PRAGMATA กับ Capcom – เราไม่ได้ทำเกม Action Shooter ตัวเกมมีเอกลักษณ์โดดเด่นของมันเอง

March 17, 2026 - Updated on March 18, 2026
พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!

March 17, 2026 - Updated on March 18, 2026
JAPAN RAIL CAFE ประกาศคอลแลปกับ Monster Hunter Stories 3
ข่าว

JAPAN RAIL CAFE ประกาศคอลแลปกับ Monster Hunter Stories 3

March 16, 2026

Discussion about this post

ติดตามเราได้ที่ Facebook

รีวิว

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!
ทั้งหมด

พรีวิว เดโม PRAGMATA – Hack, Shoot, Survive และ Diana!

March 17, 2026 - Updated on March 18, 2026
รีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ซีรีส์ Monster Hunter Stories
ทั้งหมด

รีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ซีรีส์ Monster Hunter Stories

March 10, 2026
รีวิว Resident Evil Requiem – การผสมผสานสองแนวเกมผ่านสองตัวเอก สู่ผลงานสุดสมบูรณ์แบบ
ทั้งหมด

รีวิว Resident Evil Requiem – การผสมผสานสองแนวเกมผ่านสองตัวเอก สู่ผลงานสุดสมบูรณ์แบบ

February 25, 2026
พรีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่สำหรับ Monster Hunter Stories
ทั้งหมด

พรีวิว Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection – การปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่สำหรับ Monster Hunter Stories

February 12, 2026
พรีวิว Pokémon Pokopia – เกม Life Simulation อันแสนอบอุ่นที่เปิดโอกาสให้ความสร้างสรรค์ของคุณ
ทั้งหมด

พรีวิว Pokémon Pokopia – เกม Life Simulation อันแสนอบอุ่นที่เปิดโอกาสให้ความสร้างสรรค์ของคุณ

February 11, 2026
รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties – การรีเมคที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจยิ่งขึ้น
ทั้งหมด

รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties – การรีเมคที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจยิ่งขึ้น

February 10, 2026
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

No Result
View All Result
  • Borderlands 4
  • Home
  • ติดต่อเรา
  • สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เกี่ยวกับเรา

© 2023 - 2025 Digital Braves Media Group Sdn Bhd

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In