Metaphor: ReFantazio กำลังเปิดตัวในสัปดาห์นี้ และถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่รอคอยเกมนี้ การเตรียมพร้อมอย่างดีก่อนเล่นจะช่วยได้มาก เพราะเกมนี้มีความแตกต่างมากมายเมื่อเทียบกับ Shin Megami Tensei และ Persona แม้แต่ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ก็ยังต้องปรับตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะการเรียนรู้ระบบการเล่นใหม่ ๆ
ในบทความนี้ เราได้สรุปเคล็ดลับสำคัญต่าง ๆ ที่เราต้องใส่ใจก่อนเริ่มการผจญภัยใน Metaphor: ReFantazio แม้ว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะเน้นไปที่ช่วงต้นเกม แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็ยังคงมีความสำคัญมากจนถึงตอนจบของเกมอย่างแน่นอน
การจัดการเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
เช่นเดียวกับ Persona ครั้งนี้ Atlus ใช้ระบบปฏิทินและระบบ social sim สำหรับ Metaphor: ReFantazio ซึ่งทำให้ระยะเวลาของเกมรู้สึกค่อนข้างยาว แตในเกมนี้เรารู้สึกกดดันมากขึ้นด้านการจัดการเวลา เพราะเกมจะพาเราไปผจญภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาเมื่อเราเล่นในส่วนเน้อเรื่องที่เป็นเส้นตรง เแต่ตัวเกมจะมีช่วงเวลาที่สู่ส่วนสำคัญของเรื่องราวทเราต้องสำเร็จภารกิจก่อนถึงกำหนดเวลา ไม่เช่นนั้นก็เกมโอเวอร์ทันที

ถ้าให้พูดเกมนี้มีความคล้ายกับ Persona มาก แต่ Metaphor นำเสนอสิ่งต่างๆ เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเวลาเดินทาง ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการสำเร็จภารกิจที่อยู่นอกเมืองหลัก เราต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหรือหลายวันเต็ม ๆ สำหรับการเดินทางด้วย Gauntlet Runner ระหว่างการเดินทางนี้ เราสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ใน Gauntlet Runner ในตอนเช้าหรือเย็น เช่น การทำอาหาร การทำภารกิจพิเศษเพื่อเพิ่มค่าสถานะ เช่น HP หรือ MP หรือกิจกรรมกับสมาชิกในปาร์ตี้เพื่อเพิ่ม Royal Virtue ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่ามีฟังก์ชันคล้ายกับ Social Stats ใน Persona
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะสามารถใช้เวลาที่มีได้อย่างคุ้มค่า เพราะหนึ่งวันใน Metaphor รู้สึกมีค่ามาก นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเราต้องการเล่นในส่วนที่อยู่นอกการสำรวจดันเจี้ยนหลักหรือกำลังเดินทางไกล เพราะเราสามารถทำกิจกรรมผ่อนคลายได้มากขึ้นในเมืองหลักของเกมตลอดทั้งวัน และยังคงเหมือนกับ Persona เวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดเพราะคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครในช่วงเวลานี้ได้เท่านั้น ในขณะที่ตอนเย็นเราจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ดังนั้นนี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเพิ่ม Royal Virtue โดยการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามค่าสถานะที่ต้องการพัฒนา

ใส่ใจสภาพอากาศ
เกมนี้ยังนำเสนอระบบสภาพอากาศที่ดูเหมือนไม่สำคัญนักนอกเหนือจากการมอบประสบการณ์ว่า “เกมนี้มันมีความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมนะ” แต่แท้จริงแล้ว เมื่อเล่นไปเรื่อยๆ สภาพอากาศจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดว่าพื้นที่หรือดันเจี้ยนนั้นอันตรายเพียงใดในการสำรวจ นอกจากศัตรูจะแข็งแกร่งขึ้น ตัวละครจะไม่ได้รับโบนัสเทิร์นพิเศษแม้ว่าเราจะโจมตีเข้าจุดอ่อนหรือตีติดคริตามระบบเพิ่มเทิร์น ทำให้โอกาสสร้างการโจมตีพิเศษนั้นยากกว่าเดิมเอามากๆ แต่อย่างไรก็ดีความยากและความท้าทายเพิ่มเติมนทำให้เราได้รับ EXP มากกว่าในสภาพอากาศปกติ ดังนั้นในทางกลับกันเราก็สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศเลวร้ายเมื่อต้องการฟาร์มโดยใช้เวลาน้อยกว่าปกติ
ในเมืองหลักทุกแห่งยังมี NPC ที่สามารถบอกสภาพอากาศให้เราได้สำหรับสองสามวันข้างหน้าในทุกพื้นที่บนแผนที่ นี่ถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับสายวางแผนที่ต้องการตั้งปฏิทินว่าวันไหนจะทำอะไรนั่นเอง

อย่าใช้ Archetype เพียงแบบเดียว
Archetypes เป็นกลไกการเล่นหลักที่เป็นหัวใจของการต่อสู้ใน Metaphor: ReFantazio ในเกมอื่นเราสามารถจับคู่กับ Persona หรือ Demon ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ Archetypes ไม่เหมือนใครคือการนำไปใช้เป็นคลาส/อาชีพท แสดงถึงพลังของตัวละครในรูปแบบของวิญญาณวีรบุรุษที่มีดีไซน์เจ๋ง ๆ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษคือตัวละครในปาร์ตี้ทุกคนสามารถใช้ Archetypes ทั้งหมดที่มีอยู่ในเกมได้ สิ่งนี้เปิดโอกาสให้มีการทดลองที่บ้าคลั่งอย่างไม่จำกัด ดังนั้นจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหากลองเล่นแล้วใช้แต่ Archetypes เดิมๆ ไม่ยอมทดลองเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ตรงหน้า

การยึดติดกับ Archetype เดียวเป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีนัก(จากหลายๆ เซฟที่ลองเล่น) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเล่นไปในช่วงท้ายของเกม จะมีช่วงเวลาทพลังของ Archetype หนึ่งจะถึงขีดจำกัด และผลสุดท้ายก็ต้องไปหา Archetype อื่นมาเสริมการเล่นอยู่ดี ตัวอย่างเช่น Archetype ที่เป็นมาตรฐานและเริ่มต้นมากที่สุดของตัวเอกคือ Seeker ซึ่งต่อมาสามารถเปลี่ยนเป็น Magic Seeker และ Soul Hacker ที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากเวอร์ชันอัปเกรดของ Archetype เริ่มต้นแล้ว การเรียนรู้ Archetypes มากที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับสมาชิกในปาร์ตี้แต่ละคนเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก
เพราะทุกครั้งที่ตัวละครเรียนรู้ Archetype ใหม่ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้รับทักษะติดตัวต่าง ๆ ที่สามารถถ่ายโอนไปยัง Archetype อื่นได้ผ่านคุณสมบัติ Set Skill / Inheritance สิ่งนี้ทำให้ฟีเจอร์นี้มีความสำคัญอย่างแท้จริง เพราะเกมมอบพื้นที่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในการสร้างปาร์ตี้ในอุดมคติ ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้างปาร์ตี้ที่มีจุดมุ่งหมายในการทำ DPS เป็นหลักโดยไม่ต้องมีตัว support เลย เราก็สามารถโอนสกิลสาย support มาจาก Archetype อื่น โดยที่ไม่สูญเสียตี้ที่ทุกคนเป็น DPS ไปผ่านช่องว่างที่มีอยู่ใน Set Skill ก่อนหน้านี้

สำรวจศักยภาพของ Archetypes
Archetype แต่ละแบบมีศักยภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งอาจมีประโยชน์มากในบางเงื่อนไข ตัวอย่างเช่น มี Archetype Merchant ที่ดูอ่อนแอมากในการต่อสู้ แถมยังต้องใช้เงินเพื่อใช้สกิลโจมตีที่แข็งแกร่ง(แถมมีแค่สกิลเดียว) แต่การใส่ Merchant ไว้จะทำให้ได้รับรางวัลโบนัสมากขึ้นเมื่อสำรวจดันเจี้ยน ดังนั้นนี่จึงเป็น Archetype ที่สำคัญอย่างยิ่งในการใช้ระหว่างการฟาร์มเลเวลเมื่อเจอกับศัตรูที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก
หรืออย่างในกรณีอื่นๆ เช่น เมื่อ MP หมด การใช้เงินไม่มากนักเพื่อแก้ปัญหาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นเดียวกัน และกิมมิคนี้มีกับทุก Archetype ที่ไม่ใช่ Archetype หลัก ดังนั้นอ่านให้เยอะ ลองให้มาก แล้วจะพบกับเทคนิคที่อาจคาดไม่ถึงเต็มไปหมดในเกมนี้

ใช้ประโยชน์จากระบบ Retry
เมื่ออยู่ในโหมดต่อสู้ บางคนอาจสังเกตเห็นตัวเลือก “Retry” และตามหัวข้อนี้ การใช้ระบบ Retry เพื่อเริ่มการต่อสู้ใหม่เป็นอีกหนึ่งระบบสุดโกง เพราะเราไม่เสียอะไรเลย แถมยังได้รู้ทั้งรูปแบบการโจมตีของศัตรู รู้จุดอ่อน ดังนั้นไม่ต้องลังเลที่จะใช้ฟีเจอร์ Retry เพราะเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้จุดอ่อนของศัตรูใหม่ ๆ ลองโจมตีศัตรูดูสักรอบ แล้วใช้ Retry เพื่อเริ่มใหม่และวางแผนการต่อสู้ที่ดีขึ้นได้เลย แถมข้อมูลจุดอ่อนทเราค้นพบก็จะยังคงอยู่ด้วย

เคล็ดลับสำคัญในการต่อสู้
นอกจากฟีเจอร์ Retry แล้ว ยังมีเทคนิคอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้คุณเอาชนะศัตรูได้ง่ายขึ้นแม้ว่าคุณจะเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ของเกม Atlus ระบบการต่อสู้ใน Metaphor: ReFantazio ก็ยังคงมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง สิ่งที่เราต้องการเน้นเป็นพิเศษคือการใช้ Turn slots การผ่านเทิร์น และการจัดกองกำลัง
ดังทได้กล่าวไปแล้ว Metaphor: ReFantazio ใช้ระบบ Press Turn แบบ Shin Megami Tensei ซึ่งช่วยใหผู้เล่นได้รับเทิร์นพิเศษสำหรับสมาชิกในปาร์ตี้ทุกคนทสามารถโจมตีตามจุดอ่อนของศัตรูหรือตีติดคริ โควต้าเทิร์นที่เราได้มาจะถูกทำเครื่องหมายด้วยคริสตัลที่ด้านบนของหน้าจอ ซึ่งเทิร์นปกติหนึ่งเทิร์นนั้นก็สามารถใช้สกิล Archetype หรือท่ามาตรฐานอื่น ๆ แต่เมื่อเราสะสมเทิร์นไว้เยอะๆ เราสามารถใช้ Turn slots 2-3 เทิร์นเพื่อออกท่าพิเศษผ่านระบบ Synthesis

สกิล Synthesis จะมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ก็มีความเสี่ยงตามมาทเราต้องจ่ายเทิร์นหลายเทิร์น ซึ่งเราต้องเลือกดีๆ ว่าจะยอมใช้สกิลพวกนี้หรือใช้เทิร์นตามปกติเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า เช่น การฮีลสมาชิกปาร์ตี้ที่กำลังจะตาย ดังนั้นแทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการพยายามกำจัดศัตรูให้เร็วที่สุด ผู้เล่นต้องสังเกตอย่างจริงจังในการเลือกใช้เทิร์นที่มีอยู่และใช้สกิล Synthesis ในจังหวะที่เหมาะสมมากที่สุด
ถัดมาที่การผ่านเทิร์น แอคชั่นนี้เป็นแอคชั่นมาตรฐานทเราสามารถสลับเทิร์นระหว่างสมาชิกในปาร์ตี้ได้ ถ้าพูดให้คุ้นมันก็คือ Baton Pass ใน Persona 5 หรือ Shift ใน Persona 3 Reload แต่ความแตกต่างคือใน Metaphor: ReFantazio เราสามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลาโดยไม่มีเงื่อนไขพิเศษ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถนี้มัน OP มากเท่าไหร่ เพราะเราสามารถผ่านเทิร์นได้ตามลำดับของโควต้าเทิร์นที่เรียงอยู่สำหรับสมาชิกในปาร์ตี้เท่านั้น ดังนั้นบางทีอาจมีการผ่านเทิร์นแบบเสียเปล่าเกิดขึ้นได้หากยังเล่นได้ไม่ชำนาญมากนัก(เพราะผู้เขียนโดนมาแล้ว 555)

การจัดกองกำลัง หรือการวางตำแหน่งสมาชิกในปาร์ตี้ช่วยใหเราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวละครแต่ละตัวในปาร์ตี้ให้เป็นตำแหน่งหน้าหรือหลัง แถมยังสามารถทำได้ตลอดเวลาในระหว่างการต่อสู้โดยไม่ต้องใช้เทิร์นเลย ดังนั้นระบบนี้จึงมีองค์ประกอบแบบเรียลไทม์อยู่ด้วย ตัวละครในตำแหน่งหน้าสามารถทำความเสียหายทางกายภาพสูงสุด แต่มีการป้องกันที่อ่อนแอ ในขณะที่เมื่ออยู่ในตำแหน่งหลังศักยภาพในการทำความเสียหายจะลดลง แต่มีข้อดีคือการป้องกันที่เพิ่มขึ้น
เท่าที่ทดสอบมา เรื่องพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นนั้นไมมีผลต่อการโจมตีแบบเวทย์มนตร์ ดังนั้นการวางตัวละคร Archetypes สายเวทย์ เช่น Mage ในตำแหน่งหลังตลอดเวลาจึงมีแต่ข้อดี หรือบางทีการวางตัวแทงค์อย่าง Hulkenberg’s Knight เพื่อรับบัฟในตำแหน่งหลังก็กลายเป็นเวิร์คขึ้นมาเฉยเลย ดังนั้นเลือกจัดสรรค์การวางให้ดี เพราะนอกจากตำแหน่งที่เราชอบที่สุดแล้ว ยังมีบางครั้งที่เราโดนบังคับให้เปลี่ยนตำแหน่งจากการโจมตีของบอส หรือเงื่อนไขการใช้สกิล เป็นต้น

MP มีน้อยใช้อย่างประหยัด
การต่อสู้ใน Metaphor: ReFantazio MP (Magic Points) คือสิ่งสำคัญ เนื่องจากสกิลส่วนใหญ่นั้นผลาญ MP เกือบทั้งหมด และทำให้เราต้องใช้ไอเท็มฟื้นฟู MP หรือหยุดการสำรวจดันเจี้ยนชั่วคราวเพื่อไม่ให้ตี้แตกแบบไร้ทางสู้
นี่คือเคล็ดลับบางอย่างที่สามารถช่วยให้จัดการ MP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
- ใช้การโจมตีประเภทกายภาพเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะกับศัตรูที่อ่อนแอกว่า
- ใช้ประโยชน์จาก Archetype Brawler/Monk/Pugilist สำหรับการโจมตี
- ใช้ Archetypes ที่มีทักษะการฟื้นฟู MP เช่น ทักษะแบบพาสซีฟของ Mage ที่ฟื้นฟู MP เมื่อศัตรูถูกสตันหรือพ่ายแพ้
- ใช้ทักษะ Plunder Magic ของ Archetype Thief เพื่อดูด MP จากศัตรู
- อย่าห้าว แล้วไล่สู้กับศัตรูทุกตัว บางครั้งการติ๋ม เป็นกุญแจสำคัญในการสำรวจดันเจี้ยนให้ผ่าน

สิ่งที่ทำให้ Metaphor: ReFantazio แตกต่าง
นอกเหนือจากการเปรียบเทียบที่สำคัญซึ่งเราได้กล่าวถึงแล้วในการรีวิวเกม Metaphor: ReFantazio ยังโดดเด่นด้วยตัวตนที่แข็งแกร่ง ตัวเกมผสมผสานองค์ประกอบแบบยุคกลาง steampunk และสมัยใหม่เพื่อสร้างโลกแฟนตาซีที่ไม่เหมือนใคร ไม่เหมือน Persona ที่ตั้งอยู่ในโลกยุคปัจจุบันผ่านมุมมองของเหล่านักเรียน Metaphor: ReFantazio เป็นเกม RPG แฟนตาซีที่ตั้งอยู่ในโลกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ภาพกราฟิกของเกมมีสไตล์คล้ายภาพวาด เรียกว่าทำให้ทีมงานฝ่ายงานภาพสามารถปลดปล่อยจินตนาการออกมาได้เต็มที่ เพลงประกอบเน้นธีมแบบออร์เคสตราและเพลงเชิงศาสนา ซึ่งทำให้แตกต่างจากสไตล์แจ๊สและอิเล็กทรอนิกส์ของ Persona และ Shin Megami Tensei เรื่องราวเน้นการผจญภัยข้ามอาณาจักรที่ช่วยให้ผู้เล่นสร้างพันธะที่ลึกซึ้งกับเพื่อน ผู้สนับสนุน และคู่แข่งที่แย่งชิงบัลลังก์

การเรียนรู้ที่เป็นระบบและชื่นชมองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ใน Metaphor: ReFantazio ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ RPG ที่สมบูรณ์และซับซ้อน ไม่ว่าคุณจะวางแผนกิจกรรมประจำวัน ต่อสู้กับศัตรูที่น่ากลัว หรือไขปริศนาของอาณาจักร ทางผู้เขียนก็หวังว่าไกด์นี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกคนได้รับประโยชน์สูงสุด เอาไปใช้กับการผจญภัยในผลงานชิ้นล่าสุดของ Atlus
Metaphor: ReFantazio พร้อมที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมสำหรับ PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series และ PC หากอ่านไกด์นี้แล้วสงสัยเกี่ยวกับระบบต่างๆ ในตัวเกม รวมถึงเกมคุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่ สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มที่เราได้สรุปไว้ที่นี่
อย่าลืมติดตาม Gamer555 เพื่อไม่พลาดข่าวสารเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
Discussion about this post